อุทัยวรรณ บัวเขียว
25 Sep 2026

'เอกนิติ' นัดถก กยศ. บ่ายนี้ หารือแผนแก้ไข หลัง 'คลัง' จ่อดึงงบกลางขยายสิทธิ์นักเรียนขอกู้

"เอกนิติ" นัดหารือแผนแก้ไข กยศ. ช่วงบ่ายวันนี้ หลัง "คลัง" จ่อชง ครม. ขอใช้งบกลางเพิ่มเติม 1,200 ล้านบาท หนุน กยศ. ขยายกรอบวงเงิน ปล่อยกู้นักเรียนนักศึกษาที่ขอกู้ยืมแล้วยังไม่ได้สิทธิ์อีก 14,004 ราย ทำให้ปีนี้มีผู้ได้รับเงินกู้จาก กยศ. รวม 7.9 แสนราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์


รายงานข่าวกระทรวงการคลัง ระบุว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นัดหารือกับ คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หรือ บอร์ด กยศ. อีกครั้ง ช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อหารือถึงแนวทางแก้ไข หลังก่อนหน้านี้


นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กยศ. วานนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีการหารือร่วมกับรมว.คลัง โดยที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการขยายกรอบวงเงินกู้ยืมเพื่อรองรับนักเรียนเพิ่มอีก 14,004 ราย ตามจำนวนที่ยังขาดอยู่ เพื่อให้ครอบคลุมนักเรียนที่ยื่นขอกู้ยืมได้ครบทุกคน


โดยกระทรวงการคลัง จะเร่งดำเนินการขอใช้งบกลางประจำปี 2569 เพิ่มเติมอีก 1,200 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นได้ทันเวลาและมีวงเงินเพียงพอ ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือการเร่งเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอความเห็นชอบ


“การขยายกรอบจำนวนนักเรียนที่ต้องการเงินกู้ในปีนี้เพิ่มอีก 1.4 หมื่นราย ส่งผลให้ปีนี้มีนักเรียนที่ได้รับเงินกู้รวม 7.9 แสนราย ซึ่งนับเป็นตัวเลขสูงที่สุดตั้งแต่ กยศ. เคยปล่อยกู้มา นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้กองทุนเร่งรัดการชำระหนี้จากนักศึกษารายเดิมที่ยังมีภาระหนี้อยู่อีกราว 5 แสนราย เพื่อสะสางหนี้คงค้างให้หมดไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กองทุนได้อีกประมาณ 1,290 ล้านบาท”


สำหรับผู้กู้ยืมเงินจากกองทุน กยศ. ที่มีงานทำและมีรายได้แล้ว ปัจจุบันกว่า 5 แสนราย ยังค้างการชำระหนี้กับ กยศ. แต่ส่วนใหญ่ยอดหนี้ไม่สูงมากนัก เช่น บางรายเหลือเพียงหลักร้อยบาท


สาเหตุมาจากระบบของ กยศ. ที่เพิ่งเริ่มใช้วิธีหักเงินเดือน แต่ยอดหนี้ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ผู้กู้จะเริ่มมีงาน ทำให้หนี้นั้นไม่ถูกนำเข้าสู่ระบบหักชำระด้วย รวมถึงผู้กู้บางรายไม่ทราบว่าตนเองยังมียอดหนี้ค้างชำระ ทำให้มีเศษหนี้ที่ตกค้างอยู่กับผู้กู้รายนั้น


ทั้งนี้ หากสามารถปิดหนี้ก้อนนี้ได้ ก็จะช่วยลดจำนวนลูกหนี้ลงได้ประมาณ 5 แสนราย จากลูกหนี้ทั้งหมด 2.1 ล้านราย พร้อมทั้งทำให้ กยศ. ได้รับเงินไหลกลับเข้ากองทุนอีก 1,290 ล้านบาท




 

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.