อุทัยวรรณ บัวเขียว
18 hrs

กขค.รุกคุมค่า GP อุ้ม SME ตั้งแต่ปี 65 Shopee ขึ้น 10 ครั้ง 433%

KEY POINTS



  • คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เตรียมออกประกาศควบคุมโครงสร้างค่าธรรมเนียม (GP) ของแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสร้างความเป็นธรรมและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย (SME)

  • การดำเนินการนี้เป็นผลมาจากการที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ปรับขึ้นค่า GP อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2565 Shopee ปรับขึ้นแล้ว 10 ครั้ง รวม 433%

  • มาตรการกำกับดูแลจะมุ่งเน้นไปที่แพลตฟอร์มรายใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตลาด ทั้งกลุ่มบริการเรียกรถ-ส่งอาหาร (Ride-hailing) และกลุ่มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee, Lazada และ TikTok

  • เป้าหมายไม่ใช่การควบคุมราคา แต่เพื่อสร้างความโปร่งใส โดยแพลตฟอร์มต้องสามารถชี้แจงเหตุผลที่สมควรในการปรับขึ้นค่าบริการแต่ละครั้งได้


รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กำหนดนโยบายส่งเสริม SME เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา โดยต้องการสร้างรายได้ของ “คนตัวเล็ก” ที่ภาครัฐจะเข้าไปสนับสนุน ซึ่งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเพื่อกำหนดแนวทางดูแล SME


ทั้งนี้ จะมีการสร้างความเป็นธรรมค่าธรรมเนียมหรือส่วนแบ่งยอดขายที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์เก็บจากร้านค้า (GP) รวมถึงลักษณะการทำธุรกิจแพลตฟอร์ม E-Commerce ที่จะเข้าไปดูแลไม่ให้เอาเปรียบ SME


นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค. ) เปิดเผยว่า บทบาทหน่วยงานการแข่งขันทางการค้าไม่ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง แต่เน้นดูแลความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการ (B2B)


ดังนั้น การกำหนดกติกาจึงต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ของผู้ประกอบการทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดถูกเอาเปรียบเกินไปแม้ธุรกิจต้องคำนึงผลกำไร แต่ทุกฝ่ายควรดำเนินธุรกิจและอยู่รอดได้ โดยแต่ละแพลตฟอร์มควรแข่งขันเสรี


สำหรับธุรกิจแพลตฟอร์มและอีคอมเมิร์ซเริ่มมีบทบาทในไทยตั้งแต่ปี 2560 และเติบโตชัดเจนช่วงแพร่ระบาดโควิด-19 ก่อนขยายตัวจนเป็นส่วนหนึ่งวิถีชีวิต


นอกจากนี้แพลตฟอร์มเป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้ประกอบการหลายฝ่าย เช่น ธุรกิจบริการเรียกรถผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล (Ride-hailing) มีทั้งไรเดอร์ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าหรือร้านอาหารที่ใช้แพลตฟอร์มเป็นช่องทางให้บริการและขายสินค้า


ล่าสุดคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง การกำกับโครงสร้างอัตราค่าบริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการเรียกรถขนส่งสาธารณะ และประเภทบริการจัดส่งตามอุปสงค์ พ.ศ... เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2569


กขค.รุกคุมค่า GP อุ้ม SME  ตั้งแต่ปี 65 Shopee ขึ้น 10 ครั้ง 433%


รวมทั้งรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้อง 30 วัน (21 ต.ค.-20 พ.ย.2569) ก่อนรวบรวมเสนอ กขค.พิจารณาร่างประกาศวันที่ 23 พ.ย.2569 โดยประธาน กขค.จะลงลงนามภายในวันที่ 4 ธ.ค.2569 และมีผลบังคับใช้ภายใน 18 ธ.ค.หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา


คุมแพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือตลาด


สำหรับสาระสำคัญของร่างประกาศ คือ การกำกับดูแลการกำหนดค่าบริการ 5 ประเภทที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บ ซึ่งรวมถึงค่าบริการในการให้บริการ ประโยชน์อื่นใด ส่วนแบ่งรายได้ และค่ารอคอย โดยกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคุมโครงสร้างการกำกับอัตราค่าธรรมเนียม ซึ่งโครงสร้างจะเกี่ยวกับการคิดอัตราค่าธรรมเนียม หรือ GP ตลอดจนการปรับเพิ่มหรือลดค่าบริการในแต่ละครั้ง 


ทั้งนี้ผู้ให้บริการต้องแสดงข้อมูลและชี้แจงเหตุผลที่เหมาะสมได้ว่า การกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการมีปัจจัยใดเป็นองค์ประกอบ เช่น ต้นทุนการดำเนินงานหรือการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่ไม่เกี่ยวข้องกับกำหนดราคาค่า GP


ส่วนขอบเขตการบังคับใช้มุ่งเน้นแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตลาด โดยไม่ได้ครอบคลุมผู้ให้บริการทุกราย เพื่อเปิดโอกาสให้แพลตฟอร์มรายเล็กและรายกลาง โดยเฉพาะผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแข่งขันได้ต่อเนื่อง และส่งเสริมให้ตลาดมีผู้ประกอบการหลากหลายราย


ทั้งนี้ เกณฑ์พิจารณาอำนาจตลาดผู้ประกอบการที่มีส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ 10% ขึ้นไปจนถึงไม่เกิน 33% จะเข้าข่ายมีอำนาจตลาด ขณะที่ผู้ประกอบการที่มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 33% จะเข้าข่ายมีอำนาจเหนือตลาด โดยต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย


กขค.รุกคุมค่า GP อุ้ม SME  ตั้งแต่ปี 65 Shopee ขึ้น 10 ครั้ง 433%





Ride-hailing เก็บค่า GP จาก 2 ฝั่ง


สำหรับธุรกิจ Ride-hailing มีลักษณะเฉพาะต่างจากแพลตฟอร์มบางประเภท เนื่องจากเรียกเก็บค่า GP จาก 2 ฝั่งในคำสั่งซื้อเดียวทั้งจากไรเดอร์และร้านอาหารหรือร้านค้า โดยมีระบบงานพ่วงหรืองานซ้อน เช่น การรับคำสั่งซื้ออาหารจากหลายร้านในเส้นทางเดียวกันจากไรเดอร์คนเดียว ซึ่งอาจมีค่ารอบและค่ารอคอยเพิ่มเติม ขณะที่ค่า GP คงเดิม


“การออกประกาศครั้งนี้มีเป้าหมายกำหนดค่าบริการของแพลตฟอร์มให้โปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น พร้อมสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง” นางวรวรรณ กล่าว


นางวรวรรณ กล่าวว่า GP เป็นเรื่องสำคัญเพราะเรื่องร้องเรียนเข้ามายัง กขค.ทั้งจากไรเดอร์และร้านอาหาร 90% เป็นเรื่อง GP หมดเลย มีเรื่องงานพ่วงบ้าง รวมแล้ว 37 เรื่อง โดยแพลตฟอร์มขึ้นได้ตามใจไม่อธิบายเหตุผล ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบตั้งแต่ เดือน เม.ย.-ส.ค.2569 ขึ้นแล้ว 8 รอบ โดยทุกเรื่องกำลังพิจารณาเพราะเพิ่งส่งเข้ามา


ยืนยันควบคุม Multi-sided Platform


สำหรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซประเภทหลายด้าน (Multi-sided Platform) เช่น Shopee และ Lazada ซึ่งมีรูปแบบธุรกิจทำหน้าที่ “ตัวกลาง” เชื่อมกลุ่มผู้ใช้งานตั้งแต่ 2 กลุ่มขึ้นไป จะอยู่ภายใต้แนวทางกำกับดูแลอีกฉบับ เพราะมีรูปแบบธุรกิจและลักษณะตลาดต่างจากบริการ Ride-hailing แม้ว่าคำสั่งตามมาตรา 60 ที่ออกไปก่อนหน้านี้ครอบคลุมผู้ประกอบการทั้ง 2 กลุ่ม


ทั้งนี้ ยืนยันไม่ได้ต้องการกำกับราคาแต่ต้องการกำกับการแข่งขันที่เป็นธรรม หากจะขึ้นค่าบริการต้องอธิบายได้ว่าขึ้นเพราะอะไร และมีเหตุผลสมควรหรือไม่ เพราะผู้ประกอบการรายเล็กและไรเดอร์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง


ตั้งแต่ปี 65 Shopee ขึ้น 10 ครั้ง 433%


รายงานข่าวจาก กขค.ระบุว่า แพลตฟอร์มรายใหญ่ที่ต้องชี้แจงรายละเอียดค่า GP ต่อ กขค.ได้แก่ แกร็บ ไลน์แมน และโบลท์ 


รวมทั้งจะใช้มาตรา 60 แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 บังคับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee, Lazada และ TikTok เพราะตรวจสอบพบขึ้นค่า GP ถี่มาก โดย Shopee ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน ขึ้นไปแล้ว 10 ครั้ง ขึ้นรวม 433% และ Lazada ขึ้น 7 ครั้ง ขึ้นรวม 367% ส่วน TikTok กำลังตรวจสอบ





เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.