อุทัยวรรณ บัวเขียว
Yesterday

‘บสย.’ กางแผนปี 70 ลดพึ่งพางบฯรัฐ ยันพร้อมร่วมมือ ธปท. สานต่อ ‘SMEs Credit Boost’ เฟส 2

"บสย." ตั้งเป้าปี 2570 ลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐ และนำเงินจากการติดตามหนี้มาใช้เป็นวงเงินค้ำประกันสินเชื่อเองประมาณ 30,000 ล้านบาท ยืนยันพร้อมร่วมมือ ธปท. สานต่อ SMEs Credit Boost เฟส 2 หากโครงการฯได้รับการผลักดัน หนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ



นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย. มีแผนการดำเนินธุรกิจ โดยลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐ โดยจะนำเงินที่ได้จากการติดตามชำระหนี้คืนมาหมุนเวียนใช้ในการดำเนินงานและการค้ำประกันสินเชื่อแทน


โดยในปี 2570 นี้ บสย. จะออกมาตรการโดยใช้วงเงินของ บสย.เอง ประมาณ 30,000 ล้านบาท และจะเน้นการปรับเป้าหมายกระจายความช่วยเหลือสู่ จำนวนรายผู้ประกอบการรายย่อย ให้ครอบคลุมมากขึ้น 



“ในปี 2570 บสย. จะใช้วงเงินของเราเองออกมาตรการค้ำประกันสินเชื่อเอง ประมาณ 30,000 ล้านบาท จากที่ผ่านมาพึ่งพางบประมาณภาครัฐ รวมกับเงินของ บสย. เป็นเม็ดเงินกว่า 50,000-60,000 ล้านบาท ในการออกมาตรการดูแลเอสเอ็มอีที่”



นายสิทธิกร กล่าวว่า  คาดว่าสิ้นปี 2569 นี้ บสย. จะมีพอร์ตยอดค้ำประกันสินเชื่อสะสมคงค้าง อยู่ที่ราว 500,000 ล้านบาท โดยได้ให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการไปแล้วรวมกว่า 900,000 ราย


ทั้งนี้ ตามธรรมชาติของพอร์ต หากไม่มีโครงการขนาดใหญ่จากรัฐเข้ามาเติม ยอดคงค้างจะค่อยๆ ลดลงเหลือประมาณ 450,000 ล้านบาท และลดลงสู่ 400,000 ล้านบาท ในปีถัดไปตามลำดับ 


อย่างไรก็ดี การเน้นเข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อย ยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของ บสย. ในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยช่วยดึงผู้ประกอบอาชีพอิสระและลูกหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบการเงินที่เป็นธรรม ซึ่งจะส่งผลดีต่อโครงสร้างหนี้ครัวเรือน และหนี้เพื่อการประกอบอาชีพในระยะยาว


ที่ผ่านมา บสย. รับดำเนินการ โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Credit Boost ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นกลไกค้ำประกันความเสี่ยงสำหรับ "สินเชื่อใหม่" ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ที่ปัจจุบันมียอดปล่อยสินเชื่อแล้วกว่า 70,000 ล้านบาท 


โดยในปี 2570 คาดว่าธปท. จะเดินหน้าโครงการในลักษณะนี้ แล้วให้ บสย. รับดำเนินการเช่นเดิม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสของ บสย. ที่จะใช้ความเชี่ยวชาญ ระบบประเมินความเสี่ยง (Scoring Engine) และบุคลากรที่มีอยู่ เข้ามาร่วมสนับสนุนโครงการของภาครัฐและ ธปท.  


“ตอนนี้ ธปท. ได้มีการส่งสัญญาณมา ถึงการใช้ความร่วมมือกับ บสย. ในการต่อยอดโครงการค้ำประกันและการปรับโครงสร้างหนี้ในเฟสถัดไป ซึ่งเราพร้อมรับดำเนินการอย่างเต็มที่“





ขณะเดียวกัน บสย. ยังได้เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์การค้ำประกันสินเชื่อและการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยให้ความช่วยเหลือทั้ง ลูกค้า บสย. และลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม เพื่อช่วยบรรเทาภาระและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการสามารถประคองธุรกิจผ่านสถานการณ์น้ำท่วมได้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่



  1. มาตรการช่วยเหลือลูกค้า บสย. โดยบสย. ผ่อนผันการชำระ ค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ และค่าจัดการค้ำประกันสินเชื่อ โดยพักชำระออกไปอีก 6 เดือน นับจากวันถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ และมีกำหนดชำระค่าธรรมเนียมตั้งแต่ วันที่ 26 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569
     

  2. มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ซึ่ง บสย. ให้ความช่วยเหลือด้วยการ พักชำระค่างวดเป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ซึ่งอยู่ระหว่างการผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และ ไม่ผิดนัดชำระหนี้


นอกจากนี้ บสย.ยังเสนอแนะแนวทางบริหารจัดการธุรกิจ ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม อาทิ กลุ่มธุรกิจร้านค้าขนาดเล็กและร้านอาหารได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาน้ำท่วมซึ่งสร้างความเสียหายต่อสต๊อกสินค้าและอุปกรณ์ทำมาหากิน 


ทั้งนี้ บสย. ได้แนะทางรอดแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาระหนี้สิน ให้รีบเข้าปรึกษาและเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อประเมินสภาพคล่องและปรับโมเดลธุรกิจทันที โดยเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนแนวคิดเพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรม "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" ในระบบการเงิน


ขณะเดียวกัน ได้เดินหน้าการดำเนินงานผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส (Nano Plus) ร่วมมือกับผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank) ในกลุ่ม นาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยลดต้นทุนความเสี่ยงด้านสินเชื่อให้แก่ Non-bank โดยปัจจุบันมีสถาบัน Non-bank เข้าร่วมแล้วประมาณ 7 ราย 


“การร่วมมือดังกล่าวเน้นสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ผู้ขับขี่รถแท็กซี่และรถรับจ้าง ที่ต้องการเปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านระบบรถเช่าหรือการผ่อนชำระรายวัน โดย บสย. ตั้งเป้าหมายช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในกลุ่มนาโนไฟแนนซ์จำนวน 100,000 ราย วงเงินค้ำประกันเฉลี่ยรายละประมาณ 20,000 บาท คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 2,000 ล้านบาท”







เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.