นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่าในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมทุกประเทศเติบโตทำสถิติใหม่สูงถึงกว่า 1,300 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.4 ล้านล้านบาท (ประมาณ 7 ล้านล้านเยน)
สำหรับนักลงทุนญี่ปุ่น แม้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจะมีมูลค่าการลงทุนรายปีอยู่ในอันดับ 4 แต่หากมองในมิติ มูลค่าการลงทุนสะสม (Cumulative Investment) ญี่ปุ่นยังคงครองอันดับ 1 ในประเทศไทยอย่างมั่นคง
ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีโครงการจากญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมรวมกว่า 1,300 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนเกือบ 400,000 ล้านบาท โดย 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนสูงสุด ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์, ยานยนต์และชิ้นส่วน, และเคมีภัณฑ์/ปิโตรเคมี
เดินหน้า Quality Investment
ทั้งนี้บีโอไอได้ขานรับนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการลงทุนที่มีคุณภาพ โดยมุ่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ใน 6 อุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่
1. อุตสาหกรรมชีวภาพและอุตสาหกรรมสีเขียว (BCG & Green Industry) ครอบคลุมเกษตรอัจฉริยะ อาหารแห่งอนาคต การแพทย์และสุขภาพ พลังงานสะอาด และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
2. อุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive & EV Ecosystem) รัฐบาลไทยยึดแนวทาง Multi-pathway เช่นเดียวกับญี่ปุ่น โดยส่งเสริมรถยนต์ทุกระบบ ทั้ง BEV, Hybrid (HEV), Plug-in Hybrid (PHEV) และ Fuel Cell (FCV) เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่สมบูรณ์ โดยล่าสุด 4 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ได้แก่ ฮอนด้า,มิตซูบิชิ มอเตอร์ส, มาสด้า และ อีซูซุ ได้ประกาศแผนการลงทุนเพิ่มเติมในไทยรวมกันมากกว่า 50,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า
3. เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง มีการขยายการลงทุนจากบริษัทชั้นนำ อาทิ Sony Semiconductor, Toshiba, Rohm Integrated, Murata และ Panasonic เพื่อตอบสนองความต้องการชิปและอิเล็กทรอนิกส์ของโลก
4. AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยส่งเสริมการลงทุน Data Center และ Cloud Service ซึ่งมีบริษัทชั้นนำอย่าง NTT เข้ามาลงทุน พร้อมชูจุดแข็งที่ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของ AI Supply Chain เช่น อุปกรณ์รับส่งสัญญาณทางแสง (Optical Transceiver), ระบบ Networking, ระบบ Cooling, Hard Disk Drive และ AI Server
5. ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และฮิวแมนนอยด์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพภาคการผลิตและรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
และ 6. ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันมีโครงการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ภูมิภาคที่ได้รับอนุมัติจากบีโอไอแล้วเกือบ 500 โครงการ ซึ่งร้อยละ 40 เป็นบริษัทจากญี่ปุ่น ทั้งนี้ บีโอไอขอเชิญชวนบริษัทญี่ปุ่นที่มีฐานการผลิตในไทยกว่า 6,000 บริษัท ให้พิจารณาจัดตั้ง Regional Headquarter (RHQ) และศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) เพิ่มเติมในประเทศไทยa
