“ถึงเวลาที่เยาวชนต้องสลัดคราบของการตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง ลุกขึ้นมาเป็นเยาวชนผู้กล้า เท่าทันสื่อ มีสติ และไม่ยอมให้พนันออนไลน์มาทำลายอนาคต โลกดิจิทัลการพนันจะปรับเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงคนรุ่นใหม่อยู่ตลอดเวลา แต่เยาวชนสามารถเป็นพลังสำคัญในการเรียนรู้ รู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี และร่วมชวนคนรอบข้างให้มองเห็นโทษภัยที่อยู่เบื้องหลังการพนันได้”
พนันออนไลน์โต เพราะถูกทำให้อยู่ใกล้ชีวิตมากขึ้น
"ถ้าถามว่าอะไรทำให้คนเลือกเล่นพนันออนไลน์ คำตอบอันดับหนึ่งอาจเรียบง่ายกว่าที่คิด" ข้อมูลที่นำเสนอในงานพบว่า 87.7% เลือกเล่นเพราะ “สะดวก ง่าย เล่นได้ทุกที่ ทุกเวลา” รองลงมา 59.8% มองว่าสามารถเล่นเป็นความลับหรือเชื่อว่าจะไม่ถูกจับได้ 52.5% เพราะฝาก-ถอนเงินรวดเร็ว 43.3% เพราะมีรูปแบบการเดิมพันหลากหลาย และ 41.8% เพราะโปรโมชั่นจูงใจ
ประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2568 คือ สล็อตแมชชีน/เกม 76.3% ตามด้วยบาคาร่า/ป๊อกเด้ง 29% ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า พนันออนไลน์ไม่ได้เติบโตเพียงเพราะคน “อยากพนัน” แต่มันเติบโตเพราะถูกทำให้ ง่าย เร็ว สะดวก และอยู่ใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น
รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน เปิดข้อมูลว่า ในช่วงปี 2562-2568 จำนวนผู้เล่นพนันออนไลน์เพิ่มจาก 826,000 คน เป็น 6.379 ล้านคน ขณะที่วงเงินหมุนเวียนเพิ่มจาก 20,152 ล้านบาท เป็น 305,326 ล้านบาท

อีกด้านหนึ่ง สภาพแวดล้อมรอบตัวก็มีส่วนทำให้การพนันถูกมองเป็นเรื่องปกติมากขึ้น ผลสำรวจพบว่า คนไทยถึง 99% มีบุคคลรอบตัวเล่นการพนัน และในกลุ่มที่เคยเห็นคนใกล้ตัวเล่น 57% มองว่าการพนันเป็นเรื่องปกติ ช่องทางที่พบการแนะนำหรือแชร์พนันมากที่สุดคือ เพื่อนและคนรู้จัก 73.7% ใกล้เคียงกับ Facebook 73% ตามด้วย TikTok 53.4% และดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ 42.8% ขณะที่สื่อให้ความรู้หรือเตือนถึงผลกระทบจากการพนันกลับมีผู้เคยพบเห็นเพียง 26.5%
จึงไม่แปลกที่ทางเข้าสู่วงจรของเด็กบางคน อาจไม่ได้เริ่มจากการค้นหาเว็บพนันด้วยตัวเอง แต่อาจเริ่มจากประโยคง่ายๆ จากเพื่อนว่า “ลองไหม”
ไม่ใช่แค่ชวนเริ่มเล่น แต่คือกับดัก “อยากเล่นต่อ”
อีกสิ่งที่ทำให้พนันออนไลน์ต่างจากการพนันแบบเดิมคือ การออกแบบประสบการณ์ให้เล่นได้ต่อเนื่อง
แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า Addictive Design หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้คนติด ตั้งแต่การทำให้เล่นง่าย เข้าถึงง่าย เล่นได้ถี่ มีรางวัลมาหยอดเป็นระยะ ไปจนถึงเมื่อเสียแล้วสามารถ “แก้มือ” ได้ทันที เพราะไม่มีเวลาเปิด-ปิดเหมือนบ่อนจริง เพียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ผู้เล่นก็สามารถฝากเงิน เล่น เสีย และเติมเงินใหม่ได้ภายในเวลาไม่นาน
สำหรับเกมสล็อต ภาพนี้ยิ่งชัด เพราะกติกาไม่ซับซ้อน ผู้เล่นหน้าใหม่เข้าใจวิธีเล่นได้รวดเร็ว และเล่นซ้ำได้ถี่ จึงกลายเป็นหนึ่งในประตูสำคัญของผู้เล่นหน้าใหม่ โดยเฉพาะเยาวชน ผู้สูงอายุ และคนที่มีเวลาว่าง ตรงนี้เองทำให้คำว่า Digital Native ไม่ได้แปลว่า Digital Literacy
วงการพนันออนไลน์ “เข้าง่าย ออกยาก”
บทเรียนจากชีวิตจริงของ เอ (นามสมมุติ) ตัวแทนเยาวชนผู้เคยได้รับผลกระทบจากพนันออนไลน์ ทำให้ภาพนี้ชัดขึ้น
"เอ" เริ่มรู้จักพนันในช่วงมัธยมจากการเห็นเพื่อนเล่นบาคาร่า ครั้งแรกเป็นเพียงความอยากลอง ครั้งละ 50-100 บาท แต่เมื่อขึ้นมหาวิทยาลัย เขาเริ่มแทงบอลและค่อยๆ เชื่อว่าตัวเอง “คุมได้”
เมื่อเริ่มทำงานพาร์ตไทม์ เงินเก็บที่มีค่อยๆ ถูกนำไปลงพนัน จากหลักร้อยขยับเป็นหลักพัน ก่อนความเสียหายสะสมเป็นหลักหมื่นเกือบหลักแสน กระทบทั้งการเงินและความสัมพันธ์
แต่วงจรความสูญเสียเกิดจากความรู้สึกที่คิดว่า เคยได้ กลายเป็นกับดักให้เมื่อเสียแล้วต้องไปต่อ
“เงินที่ได้ทั้งหมดเอาไปลงทีเดียว เผอิญเล่นแรกๆ มันได้ พอได้ ความโลภ กิเลสมันเกิด ก็เล่นต่อมาๆ เยอะขึ้น เริ่มเสียๆ ก็คิดว่าต้องเอาคืนให้ได้ เงินที่เคยได้ กลายเป็นเสีย”
ประโยคนี้อธิบายคำว่า “เข้าง่าย ออกยาก” ได้ชัด ช่วงแรกผู้เล่นยังไม่เห็นปลายทางว่าจะเสียเท่าไร เห็นเพียงว่า “เราเคยชนะ” และเมื่อเริ่มแพ้ ความคิดจึงไม่ได้จบที่คำว่า “พอ” แต่เปลี่ยนเป็น “ต้องเอาคืน”
สำหรับเอ สิ่งที่ช่วยให้ค่อยๆ ห่างจากการพนันกลับไม่ใช่สูตรพิเศษ แต่คือช่วงปีสุดท้ายของการเรียนที่มีเรื่องเรียนและเป้าหมายอื่นให้โฟกัสมากขึ้น
รายละเอียดเล็กๆ นี้ชวนให้คิดว่า การป้องกันการพนันอาจไม่ได้มีเพียงคำเตือนว่า “อย่าเล่น” แต่ยังรวมถึงการมีพื้นที่ กิจกรรม ความสัมพันธ์ และเป้าหมายในชีวิตที่มีความหมายมากพอให้คนเลือกใช้เวลาและพลังของตัวเองกับสิ่งเหล่านั้น
ทำไม “พนันออนไลน์” ทำร้ายสุขภาวะ?
ผลกระทบจากพนันออนไลน์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสูญเสียตัวเลขในบัญชีธนาคาร แต่ยังลามไปถึงสภาวะทางจิตใจและร่างกายของผู้เล่นอย่างรุนแรง รศ.ดร นวลน้อยให้ข้อมูลจากการวิจัยชี้ว่า ผู้เล่นพนันออนไลน์ประเมินว่าตนเองติดการพนันสูงถึง 35% ประสบปัญหาหนี้สิน 17% และกลายเป็นนักพนันที่มีปัญหาซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตสูงถึง 29% ซึ่งเป็นสถิติที่สูงกว่าผู้เล่นในบ่อนออฟไลน์อย่างเห็นได้ชัด[13][14]
เมื่อเจาะลึกไปถึงกลุ่มเยาวชน ผลการสำรวจพบข้อเท็จจริงว่า เด็กไทยบางกลุ่มเริ่มสัมผัสการพนันตั้งแต่อายุเพียง 6 ถึง 7 ขวบ ซึ่งเป็นวัยที่เพิ่งเริ่มอ่านหนังสือออกและคำนวณเลขเบื้องต้นได้ ในแง่ของประสาทวิทยาศาสตร์ การติดพนันตั้งแต่อายุน้อยส่งผลทำลายพัฒนาการของสมองโดยตรง โดย รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ได้อธิบายถึงกลไกการทำงานของสมองไว้อย่างน่าสนใจว่า
"คนที่ติดพนันตั้งแต่อายุน้อยเนี่ย มักจะมีปัญหา เพราะว่าการติดเนี่ยมันติดทางสมอง วัยเด็กเป็นช่วงที่สมองกำลังเติบโต แต่การเล่นพนันไปกระตุ้นสมองส่วนเร้าให้ทำงานหนัก แต่สมองส่วนที่มีเหตุมีผลจะถูกทำงานน้อยลง ส่งผลในวัยผู้ใหญ่”
เมื่อการกระตุ้นสมองส่วนความสุขและแรงเร้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สมองส่วนการคิดยับยั้งชั่งใจถูกขัดขวางไม่ให้พัฒนาอย่างเต็มที่ ส่งผลให้เด็กที่ติดพนันเติบโตขึ้นมากลายเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง ขาดความสามารถในการควบคุมตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น สภาวะการติดพนันยังส่งผลต่อระบบชีวเคมีในร่างกาย ทำให้ผู้เล่นเกิดสภาวะจิตตก ร่างกายอ่อนเพลีย และมีอาการทางกายภาพแปรปรวนคล้ายคลึงกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งดึงสมาธิและศักยภาพไปจากการเรียนและการใช้ชีวิตอย่างสิ้นเชิง
สร้างภูมิคุ้มกันอย่างเดียวไม่พอ ถ้ารอบตัวยังเต็มไปด้วยกับดัก
อย่างไรก็ตาม โจทย์นี้ไม่ควรถูกโยนกลับไปที่ “เด็กไม่มีวินัย” หรือ “ไม่รู้จักห้ามใจ” เพียงด้านเดียว
"วิเชษฐ์" มองว่า การสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนเป็นหัวใจสำคัญ แต่ต้องทำควบคู่กับการจัดการสภาพแวดล้อม เพราะต่อให้เด็กมีทักษะรู้เท่าทัน หากยังต้องพบโฆษณา พนันผ่าน SMS ลิงก์ในโซเชียล อินฟลูเอนเซอร์ หรือคอนเทนต์ชักชวนอยู่ทุกวัน การผลักภาระให้แต่ละคนป้องกันตัวเองเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ
“ถ้าเราปรับพฤติกรรมอย่างเดียว แต่ว่าสภาพแวดล้อมมันเต็มไปด้วยสิ่งที่เป็นภัยคุกคามหรือสิ่งยั่วยุ เราก็ทำงานยากเหมือนกัน”
ทางออกจึงต้องเดินพร้อมกันสองด้าน ทั้งสร้างทักษะรู้เท่าทันให้เด็ก เยาวชน และครอบครัว กับการจัดการระบบที่เปิดช่องให้การพนันเข้าถึงคนง่ายขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานตั้งแต่ตำรวจไซเบอร์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์
และนี่เป็นเหตุผลที่กิจกรรมวันนั้นไม่ได้จบแค่การ “ให้ความรู้” แต่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนเสนอทางออกด้วยตัวเอง
มนทิรา ผลาสินธุ์ แกนนำเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน เสนอ 4 ประเด็น ตั้งแต่เร่งจัดการโฆษณาและการชักชวนพนันออนไลน์ พัฒนาระบบป้องกันเด็กตั้งแต่ต้นทาง ผลักดันให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดชอบต่อเนื้อหาพนัน และเปิดให้เยาวชนมีส่วนร่วมออกแบบมาตรการป้องกัน เพราะคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์ทุกวัน อาจมองเห็นกลวิธีใหม่ๆ ได้เร็วกว่าคนที่ยืนมองอยู่ข้างนอก
จาก “ไก่อ่อน” สู่คนที่รู้ทันก่อนคลิก
ก่อนจบการสนทนา เอทิ้งข้อคิดไว้อย่างหนึ่งว่า พนันออนไลน์อาจเป็นภัยรูปแบบหนึ่ง แต่โลกดิจิทัลยังเต็มไปด้วยภัยอีกหลายแบบ ทั้งสแกมเมอร์ การหลอกลงทุน และกลโกงที่เปลี่ยนรูปไปได้เรื่อยๆ ทักษะที่จำเป็นจึงอาจไม่ใช่แค่การจำว่า “พนันไม่ดี”
"แต่คือการรู้จักหยุดคิดก่อนกดเสมอ,ใครกำลังชวนเรา,เขาได้อะไรจากเรา,เรากำลังเสี่ยงเสียอะไร
และสิ่งที่ดูเหมือน “โอกาส” นั้น เป็นโอกาสของเราจริงๆ หรือเป็นโอกาสของคนที่ออกแบบระบบเพราะโลกดิจิทัลเปลี่ยนหน้าของกับดักได้เสมอ"
"วันนี้อาจเป็นพนันออนไลน์ วันหน้าอาจเป็นการลงทุนปลอม หรือกลโกงรูปแบบใหม่ที่เราไม่เคยเห็น"
การทำให้เด็กรุ่นใหม่ “ไม่เป็นไก่อ่อน” อาจไม่ใช่การสอนให้พวกเขากลัวโลกออนไลน์ แต่คือการสร้างคนที่ กล้าถามก่อนเชื่อ คิดก่อนคลิก และรู้ทันว่าอะไรซ่อนอยู่หลังสิ่งที่ดูง่ายเกินจริง



