กฟผ.จับมือสหรัฐศึกษา SMR
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า SMR เป็นตัวเลือกเทคโนโลยีสำคัญที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงานยั่งยืน ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีจุดเด่นสำคัญที่ความยืดหยุ่นและเดินเครื่องได้ทันทีและผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ คุณสมบัติดังกล่าวสำคัญต่อการเติบโตอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Data Center และเทคโนโลยี AI ซึ่งต้องการไฟฟ้ามหาศาลและต้องการพลังงานสีเขียวที่มีความเสถียร มั่นคงสูง และไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และทำให้ SMR เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์
รวมทั้ง ล่าสุดในงาน Gastech 2026 กฟผ.ลงนามความตกลงรับทุนสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นโครงการโรงไฟฟ้า SMR กับองค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐ (USTDA) วงเงิน 2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนและการศึกษาในอาเซียนเพื่อศึกษาคัดเลือกเทคโนโลยี SMR ที่เหมาะสมกับไทย ซึ่ง กฟผ.ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากนวัตกรรมสหรัฐ
ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าไทยสูงขึ้นต่อเนื่อง การนำ SMR มาเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าระยะยาวจะสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้า และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม
“นอกจากสหรัฐแล้ว กฟผ.มีความร่วมมือกับประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยเปิดกว้างพิจารณาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุด”
กางร่างแผน PDP ดึงผู้เชี่ยวชาญรับการเติบโต
สำหรับร่างแผน PDP บรรจุกำลังการผลิตไฟฟ้า SMR ไว้ที่ 3,000-9,000 เมกะวัตต์ ซึ่ง กฟผ.เตรียมความพร้อมทั้งกฎหมาย การบริหารจัดการ และการพัฒนาบุคลากรที่มีกำลังคนมีความรู้เทคโนโลยีนิวเคลียร์อยู่แล้ว จากโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่เมื่อ 10 ปีก่อน แม้จะชะลอไปแต่ได้อบรมยกระดับทักษะต่อเนื่องเพื่อให้พร้อมรับ SMR
ส่วนการยอมรับจากสาธารณชนได้นำบทเรียนมาปรับใช้ โดยเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจตั้งแต่เยาวชนผ่านการสนับสนุนหลักสูตร STEM (Science, Technology, Engineering, and Mathematics) ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ SMR เพื่อให้สังคมและเด็กรุ่นใหม่เข้าใจพลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานที่มีความปลอดภัย และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก
กางกรอบเวลา 10 ปี รอความพร้อมกฎหมาย
นายนรินทร์ กล่าวว่า การประเมินกรอบเวลาจะใช้เวลา 10 ปีนับจากนี้ เพราะต้องเตรียมความพร้อมหลายด้าน โดยเฉพาะด้านกฎหมาย
และการคัดกรองเทคโนโลยี ซึ่งโครงสร้างกฎหมายและการกำกับดูแลต้องมีหน่วยงานมาร่วมรับผิดชอบและยกร่างกฎหมายรองรับ เช่น สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
สำหรับความคืบหน้าการเลือกที่ตั้งปัจจุบัน กฟผ.ศึกษาหลายพื้นที่พบข้อดีและข้อเสียไม่เหมือนกัน ส่งผลให้ กฟผ. ต้องจัดให้มีการประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อคัดเลือกพื้นที่ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด
เปิด 3 ปัจจัยหลักคัดเลือกพื้นที่ คุมความปลอดภัย
ทั้งนี้ การพิจารณาที่ตั้งโรงไฟฟ้า SMR มีปัจจัยพึงระวังและข้อห้ามสำคัญด้านความปลอดภัยประกอบการตัดสินใจ 3 ข้อ ได้แก่
1.ความหนาแน่นของประชากร บริเวณที่มีประชากรตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างหนาแน่นจะไม่สามารถตั้งโรงไฟฟ้าได้ แม้กระทั่งพื้นที่ภายในนิคมอุตสาหกรรม ก็ต้องนำมาพิจารณาโดยละเอียดว่ามีปัจจัยเรื่องจำนวนประชากรเกินกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยหรือไม่
2.ความเสี่ยงแผ่นดินไหว ถือเป็นข้อห้ามและปัจจัยหลักที่ต้องตรวจสอบความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด
3.ระบบน้ำระบายความร้อน การตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำจะช่วยเรื่องการระบายน้ำได้ดี แม้เทคโนโลยีปัจจุบันใช้ปริมาณน้ำลดลงแล้วก็ตาม ทั้งนี้ หากพิจารณาใช้น้ำทะเลเป็นแหล่งน้ำระบายความร้อนต้องจัดทำระบบรองรับเพิ่มเติม
BGRIM เร่งศึกษา SMR นำร่อง EEC
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมลงนามบันทึกความร่วมมือกับพันธมิตรยุโรป เพื่อศึกษาความเป็นไปได้นำ SMR มาใช้จริง โดยระยะแรกเน้นศึกษาองค์ความรู้ ประสบการณ์ และการยอมรับจากภาคประชาชน อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างเทคโนโลยีร่วมกับพันธมิตรจากยุโรปและจีน
สำหรับพื้นที่เป้าหมายมองที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมที่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนที่เข้าใจการใช้พลังงานรูปแบบอุตสาหกรรม และที่สำคัญลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม 80% เป็นกลุ่มทุนญี่ปุ่นที่คุ้นเคยพลังงานนิวเคลียร์ทำให้พร้อมเปิดรับเทคโนโลยี SMR ง่ายกว่าพื้นที่อื่น
ส่วนเชิงเทคนิคปัจจุบันในระบบมีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่ออุตสาหกรรม 9,000 เมกะวัตต์ ซึ่งขนาดกำลังการผลิต SMR ที่ระดับ 300-400 เมกะวัตต์ ใกล้เคียงขนาดโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเดิม 200-300 เมกะวัตต์ จึงเป็นไปได้ทางเทคนิคที่จะเปลี่ยนจากระบบกังหันก๊าซเป็น SMR
รวมทั้งใช้กังหันไอน้ำและโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ถือว่ามีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ซึ่งอนาคตเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนได้และการปรับเปลี่ยนไม่น่ามีปัญหา
SMR ตอบโจทย์ Data Center
นายนพเดช กล่าวว่า ความต้องการพลังงานไฟฟ้าสำคัญต่อการเติบโตของ Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยผู้ประกอบการ Data Center ยินดีรับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น เพื่อแลกความมั่นคงและเสถียรภาพระบบพลังงาน ซึ่งปัจจัยสำคัญสุดสำหรับ Data Center และ AI ไม่ใช่เพียงพลังงานสะอาดแต่ต้องการความมั่นคงและเพียงพอของระบบไฟฟ้า
ดังนั้น เทคโนโลยี SMR ผนวกกับก๊าซธรรมชาติ LNG และระบบไมโครกริดจะเป็นโซลูชันตอบโจทย์ได้แท้จริง โดยปัจจุบัน BGRIM ได้ร่วมมือกับพันธมิตรศึกษารายละเอียดรองรับระบบโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของ Data Center
‘บ้านปู’ พร้อมลุย SMR หากไทยเปิดทาง
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ล้านปูศึกษาเทคโนโลยี SMR โดยลงทุนผ่านฝั่ง Venture Capital ในเทคโนโลยีของสหรัฐ ส่วนการลงทุนในไทยยังไม่เริ่มแต่หากอนาคตมีความพร้อมและมีโอกาสจะเข้าไปดำเนินการ
นายสินนท์ กล่าวว่า SMR เป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่สุดและจ่ายไฟฟ้าได้เสถียรตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากระดับราคาปรับลดลงมาได้ในอนาคต ก็น่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เป็นตัวเปลี่ยนโลกได้
ส่วนประเด็นร่าง PDP ฉบับใหม่หากมองการวางแผนพลังงานระยะยาวอีก 20-30 ปี การบรรจุ SMR ในแผนเป็นเรื่องจำเป็นเพราะเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ราคาถูกลงและเป็นไปได้เชิงปฏิบัติมากขึ้น ซึ่งหากไทยไม่เร่งวางแผนจะตามไม่ทันประเทศเพื่อนบ้าน
“ประเด็นสัดส่วนในแผน PDP ต้องให้ภาครัฐเป็นผู้ตอบคำถามหลัก แต่หากไทยมีความพร้อม บ้านปูก็พร้อมศึกษาเพราะเห็นโอกาส” นายสินนท์ กล่าว
ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าไทยมีมาตรฐานดี ซึ่งหากนำ SMR มาเสริมในระบบจะไม่พบปัญหาเชิงโครงสร้างการจ่ายไฟ แต่ประเด็นอื่นเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันทำงานและเตรียมความพร้อม
