นอกจากนี้ ยังเปิดทางเลือกให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกรับสิทธิชราภาพได้ทั้งรูปแบบบำนาญหรือบำเหน็จ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้รับบำนาญสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและชีวิต ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างระบบประกันสังคมให้รองรับสังคมสูงวัยได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่า การปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนรายได้จากผู้ประกันตน โดยเฉพาะบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ซึ่งมีฐานผู้ประกันตนสูงที่สุดในกลุ่มประมาณ 1.3 ล้านราย รองลงมาคือ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG ประมาณ 580,000 ราย และบริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH ประมาณ 260,000 ราย
เนื่องจากการขยายอายุผู้ประกันตนและการเปิดทางให้ผู้รับบำนาญสามารถอยู่ในระบบต่อไป จะช่วยยืดระยะเวลาการเป็นผู้ประกันตน ทำให้โรงพยาบาลยังคงได้รับรายได้จากค่าเหมาจ่ายรายหัว (Capitation) อย่างต่อเนื่อง ลดการสูญเสียฐานลูกค้าหลังเกษียณ และชะลอการหดตัวของจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระยะยาว ขณะเดียวกัน ผู้ประกันตนที่มีอายุมากขึ้นมีแนวโน้มใช้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการรักษาโรคเรื้อรังและโรคที่มีความซับซ้อน ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนทั้งจำนวนผู้ป่วยและรายได้เฉลี่ยต่อรายของโรงพยาบาล
ประสิทธิ์ ประเมินเพิ่มเติมว่า การเพิ่มสิทธิประโยชน์และความยืดหยุ่นด้านสิทธิชราภาพ อาจช่วยจูงใจให้แรงงานอยู่ในระบบประกันสังคมนานขึ้น โดยหากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 เพิ่มขึ้น 1% จะเทียบเท่ากับจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 120,000 ราย และหากเพิ่มขึ้น 5% จะเทียบเท่ากับประมาณ 600,000 ราย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อ BCH, CHG และ RJH เนื่องจากรายได้จากประกันสังคมของโรงพยาบาลอ้างอิงกับจำนวนผู้ประกันตนเป็นหลัก
นอกจากนี้ หากมีการปรับเพิ่มอัตราค่าเหมาจ่ายรายหัวเพิ่มเติม จากที่คาดว่าจะปรับขึ้น 4% และเริ่มมีผลในปี 2570 เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการรักษาพยาบาลและโครงสร้างผู้ประกันตนที่มีอายุสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อรายได้และกำไรของโรงพยาบาลคู่สัญญาประกันสังคม
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ยังคงเลือก BCH เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มโรงพยาบาลที่รับประกันสังคม เนื่องจากมีฐานผู้ประกันตนใหญ่ที่สุด และมีโอกาสได้รับประโยชน์สูงสุดจากการขยายอายุผู้ประกันตน รวมถึงการเติบโตของรายได้จากประกันสังคมในระยะยาว โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BCH ประเมินราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 12.00 บาท อิงวิธี Discounted Cash Flow (DCF) จากปัจจัยสนับสนุนด้านการเติบโตของฐานผู้ประกันตน ความต่อเนื่องของรายได้ประกันสังคม และแนวโน้มการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย
