สำหรับ DELTA Thailand คาดรายได้ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 ฟื้นตัวราว 10% QoQ อยู่ในกรอบล่างของเป้าหมายผู้บริหารที่ 10–15% QoQ เนื่องจากสินค้าบางส่วนส่งมอบล่าช้าและอาจเลื่อนไปไตรมาสที่ 4 ปี 2569
อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ลดลงเหลือราว 27% จากต้นทุนวัตถุดิบและชิ้นส่วนเร่งด่วนที่สูงขึ้น รวมถึงการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง คาดว่าจะฟื้นสู่ 28-29% ในไตรมาสที่ 3 โดยมีกำไรหลักประมาณ 8,500-9,000 ล้านบาท ส่วนการฟื้นตัวชัดเจนขึ้นอาจเกิดในไตรมาสที่ 4 หากส่งมอบสินค้าและชดเชยต้นทุนจากลูกค้าได้ตามคาด
คดีสิทธิบัตร Vicor เพิ่มแรงกดดันต่อหุ้น
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 USITC เปิดสอบสวนตามมาตรา 337 หลัง Vicor ยื่นคำร้องต่อบริษัท 20 แห่ง รวมถึง Delta Electronics และบริษัทในเครือ กรณีระบบจ่ายไฟสำหรับชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงและ AI โดย Vicor เรียกร้องให้จำกัดการนำเข้าและจำหน่ายสินค้าในสหรัฐฯ หากพบการละเมิดสิทธิบัตร ทั้งนี้ คดียังอยู่ระหว่างสอบสวนและไม่มีข้อสรุป
นักวิเคราะห์ประเมินว่าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องคิดเป็นประมาณ 7-9% ของรายได้ DELTA ปี 2569 แม้ผลกระทบต่อการดำเนินงานยังบริหารจัดการได้ แต่คดีอาจกดดันความเชื่อมั่นต่อหุ้นในระยะสั้น
จับตาต้นทุนคดีและผลกระทบต่อธุรกิจ
จากคดี Vicor ครั้งก่อน DELTA Thailand เคยบันทึกค่าธรรมเนียมทางกฎหมายราว 800 ล้านบาทในครึ่งหลังปี 2567 ขณะที่คดีครั้งนี้มีสัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องสูงกว่าเดิม โดยครั้งก่อนอยู่ที่ประมาณ 2-3%
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
· สัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับคดีโดยตรง
· ต้นทุนการยุติข้อพิพาทและค่าธรรมเนียมสิทธิ
· ค่าใช้จ่ายในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิบัตร
· ความเสี่ยงถูกจำกัดการนำเข้าสินค้า หาก Vicor ชนะคดี
คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 330 บาท
นักวิเคราะห์คงคำแนะนำ ซื้อ (BUY) และราคาเป้าหมาย 330 บาท เทียบกับราคาหุ้น 262 บาท ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยมีคำสั่งซื้อจากธุรกิจ AI และ Data Center รวมถึงการขยายกำลังการผลิตเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากเงินบาทแข็งค่า เศรษฐกิจโลกถดถอย สงครามการค้า และความต้องการสินค้าเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าที่อาจชะลอตัว
ที่มา: บทวิเคราะห์ DELTA | Research Update ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ฉบับวันที่ 14 ตุลาคม 2569
