อุทัยวรรณ บัวเขียว
Yesterday

Economics 19 ต.ค. 2026 เวลา 6:06 น. ‘สภาพัฒน์’ ถอดโจทย์ IMF-World bank 4 ประเด็นสำคัญ ดันเศรษฐกิจไทยสู่ ‘ขอบฟ้าใหม่’

KEY POINTS



  • เลขาฯสภาพัฒน์ฉายภาพความสำเร็จไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank นำประเทศกลับสู่สปอตไลท์โลก

  • ชี้การบ้านต้องเดินต่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 โจทย์ใหญ่ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ดึงลงทุนไฮเทคเข้าห่วงโซ่อุปทานใหม่ จัดระบบโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ยกกระดับการศึกษาและแรงงาน รักษาวินัยการเงินการคลัง

  • ย้ำต้องเตรียมรับความเสี่ยง ทั้งภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤติพลังงาน นำประเทศก้าวสู่ New Horizon


ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) MF-World Bank วันที่ 12-18 ต.ค.2569 เป็นเจ้าภาพในรอบ 35 ปี


การประชุมครั้งนี้ไทยได้รับสียงชื่นชมมากในการเป็นเจ้าภาพ ขณะที่ภาครัฐและเอกชนมองเป็นโอกาสทำให้ไทยกลับสู่ “จอเรดาร์โลก” แต่ยังมีการบ้านหลายข้อที่ไทยต้องทำหลังจากนี้


นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ “สภาพัฒน์” ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ มีเสียงตอบรับจากผู้ร่วมประชุมและผู้นำระดับโลกจากหลายประเทศชื่นชมศักยภาพและการบริหารจัดการงานของไทยว่าทำได้ดีมาก


เวที IMF-World Bank ครั้งนี้จึงช่วยปักหมุดให้ไทยกลับมาอยู่ภายใต้สปอตไลท์ประชาคมโลกอีกครั้ง ประเทศไทยได้ใช้โอกาสนี้สื่อสารชัดเจนถึงความพร้อมและทิศทางการพัฒนาในอนาคต 


ประทศไทยได้ประกาศจุดยืนของไทยบนความท้าทายระดับโลก 5 ด้านหลักที่ทั่วโลกเผชิญ ได้แก่ ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเข้ามาของเทคโนโลยี AI ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และปัญหาเงินเฟ้อที่เป็นความท้าทาย 



"ไทยได้สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและพันธมิตรต่างชาติว่าหากมาลงทุนหรือร่วมมือกับไทยทั้ง 2 ฝ่ายจะเติบโตและได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน" นายดนุชา กล่าว 



นอกจากนี้ไทยได้แสดงให้เห็นแนวคิดสำคัญในแผนปฏิบัติการกรุงเทพฯ “Bangkok Blueprint” ที่เป็นพิมพ์เขียวปราบปรามภัยทางการเงิน และสแกมเมอร์ข้ามชาติ และโชว์เคสการประยุกต์ใช้ AI ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย เช่นในส่วนของนกกระซิบ ที่ตอบโจทย์เรื่อง Small AI ที่ธนาคารโลกสนับสนุนให้ประชาชน และเอสเอ็มอีเข้าถึงได้ง่าย 


ซึ่งในมุมมองนี้แตกต่างไปจากเดิม ปกติเวลาพูดถึง AI มักมองที่เทคโนโลยีขั้นสูงหรือแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ แต่ไทยทำโครงการ “Small AI” ผ่านโครงการนกกระซิบ ซึ่งประธานธนาคารโลกนำเคสนี้ไปกล่าวชื่นชมบนเวทีโลกด้วย


“ประธานธนาคารโลกชี้ให้เห็นว่า Small AI ของไทยเป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ในการนำ AI ขนาดเล็กที่ตรงความต้องการจริงมาช่วยคนตัวเล็กและผู้ค้าทั่วไปเพิ่มรายได้และโอกาสทางธุรกิจ โดยไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีราคาสูงหรือซับซ้อนเกินไป และเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จบนเวทีโลก” นายดนุชา กล่าว


4 โจทย์สำคัญเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย


สำหรับประเด็นที่เป็นสถานการณ์ที่ส่งผลท้าทายต่อเศรษฐกิจโลกที่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งเป็น โจทย์ใหญ่ในการขับเคลื่อนและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเดินหน้าต่ออย่างมั่นคง 4 เรื่องหลัก ได้แก่


1.) การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายในและการดึงดูดการลงทุนใหม่ โดยภาครัฐทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สภาพัฒน์ และภาคเอกชน เห็นความสำคัญต้องบูรณาการทำงาน 


รวมทั้งมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นหัวหอกดึงการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมกับเชื่อมธุรกิจไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ใหม่ ขณะเดียวกันต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และขีดความสามารถการแข่งขันให้ภาคอุตสาหกรรมเดิม เช่น เกษตรกรรมและภาคบริการ


ทั้งนี้แม้ปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ปริมาณหนี้สาธารณะของสหรัฐอยู่ระดับสูง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สูงขึ้น ประกอบกับแรงกดดันเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัญหา Geopolitical Fragmentation และภัยพิบัติจาก Climate Change ที่ยังคงอยู่ แต่โอกาสเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นวัฏจักรขยายตัวดี 





รวมถึงประเด็นสำคัญเมื่ออุตสาหกรรมอาหารที่เป็นจุดแข็งของไทย ท่ามกลางภาวะภัยพิบัติโลกที่ส่งผลให้ปริมาณการผลิตอาหารทั่วโลกลดลง ซึ่งไทยมีโอกาสสูงมากในการทำหน้าที่เป็นแหล่งผลิตอาหารป้อนสู่ตลาดโลก


 


วางกรอบโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้ชัด


2.) การวางโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center ซึ่งที่ผ่านมาการพัฒนา Data Center ยังกระจัดกระจายและขาดกฎระเบียบจัดเจนจึงต้องจัดระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ให้มีความเฉพาะเจาะจงขึ้น เพื่อสร้างกำลังการคำนวณ (Computing Power) ที่เพียงพอและเหมาะสมสำหรับภาคธุรกิจไทยในการนำไปต่อยอด


3.) การรับมือสังคมสูงวัย การปรับระบบการศึกษาและตลาดแรงงาน โดยไทยและหลายประเทศในเอเชียกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) รวดเร็ว 


ขณะที่เทคโนโลยี AI กำลังมาแทนที่ตำแหน่งงานที่มีลักษณะทำซ้ำ (Repeated Jobs) ในอีก 10 ปีข้างหน้า จึงต้องเร่งปรับระบบการศึกษาไปสู่การเรียนรู้แบบข้ามศาสตร์ และร่วมมือภาคเอกชนออกแบบหลักสูตรให้ตรงความต้องการตลาดแรงงาน เพื่อให้ผู้จบการศึกษาเข้าสู่งานได้ทันที โดยไม่เสียเวลาฝึกใหม่ พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต


 


“สภาพัฒน์”ต้องย้ำรักษาวินัยการคลัง


4.) การรักษาวินัยการเงินการคลังและการบริหารความเสี่ยง แม้ภาคการเงินและสถาบันการเงินไทยแข็งแกร่งสูงมาก แต่ภาคการคลังมีพื้นที่การคลัง (Fiscal Space) แคบลงเหลือ 4% เศษเท่านั้น 


ทั้งนี้เป็นผลกระทบสะสมมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และการต้องเตรียมงบประมาณรับมือภัยพิบัติจาก Climate Change แต่ไทยยังมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 280,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นมากแก่นักลงทุนต่างชาติ‘สภาพัฒน์’ ถอดโจทย์ IMF-World bank  4 ประเด็นสำคัญ ดันเศรษฐกิจไทยสู่ ‘ขอบฟ้าใหม่’



“ไทยจำเป็นต้องรักษาวินัยกา‘สภาพัฒน์’ ถอดโจทย์ IMF-World bank  4 ประเด็นสำคัญ ดันเศรษฐกิจไทยสู่ ‘ขอบฟ้าใหม่’รคลังเคร่งครัด รัฐบาลตั้งเป้าจัดทำงบประมาณขาดดุลลดลงอยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 3% ของ GDP เพื่อขยายพื้นที่การคลังระยะยาว โดยปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้จ่ายให้คุ้มค่าสูงสุดและไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะตามเกณฑ์วินัยการคลังหากไม่เกิดวิกฤตรุนแรง” นายดนุชา กล่าว



 


เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด


ขณะที่ประเด็นการรับมือความผันผวนราคาพลังงานโลกที่กระทบเงินเฟ้อและค่าครองชีพมาก ซึ่งสภาพัฒน์มองว่า ราคาก๊าซธรรมชาติ (Spot Rate) ยังทรงตัวระดับสูงเกือบ 30 ดอลลาร์ รวมถึงราคาน้ำมันโลกยังสูงมากเป็นปัจจัยเร่งภาวะเงินเฟ้อ 


สำหรับทางออกระยะยาวต้องเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) เพื่อลดพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเร็วที่สุด ขณะที่มาตรการระยะสั้นได้มีรัฐวิสาหกิจ คือ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) รวมถึงบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.ทำสัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติระยะยาวราคาต่ำ ซึ่งช่วยชะลอการขึ้นค่าไฟฟ้าและบรรเทาค่าครองชีพประชาชนระดับหนึ่ง


ทั้งนี้ การส่งเสริมลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นสิ่งสำคัญ โดยปัจจุบันอัตราการเปิดรับใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV Adoption Rate) ในไทยเติบโตเร็วเกิน 30% 


นอกจากนี้ภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายส่วนเกินเข้าสู่ระบบ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนได้เห็นผล


แนะไทยก้าวข้ามความเชื่อเดิม


นายดนุชา กล่าวว่า จากการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World bank ครั้งนี้นานาชาติแสดงความสนใจและมองเห็นพัฒนาการเชิงบวกของไทยชัดเจน จึงอยากเชิญชวนคนไทยทุกคนให้ช่วยเปิดใจมองเห็นการปรับตัวและพัฒนาการที่ดีขึ้นของประเทศ โดยต้องการให้ไทยก้าวออกจากเสียงสะท้อนที่เป็นความเชื่อเดิม ที่เปรียบเหมือนห้องที่อยู่ในเสียงสะท้อน (Echo Chamber) ที่เป็นลบกับประเทศ 


รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยเพราะเมื่อมีความเชื่อมั่นและร่วมมือกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนจะขับเคลื่อนและนำพาประเทศสู่โอกาสทางเศรษฐกิจที่เป็น "ขอบฟ้าใหม่" (New Horizon) ได้มั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน


 





เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.