ทำข้อมูลใหม่แจงสหรัฐแทน MPI
สำหรับข้อมูลที่จัดทำขึ้นใหม่ได้ส่งต่อให้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลัง เพื่อใช้ประกอบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลลับเกี่ยวข้องกับข้อมูลการผลิตของภาคเอกชนที่ผู้ประกอบการอนุญาตให้ใช้เพื่อการเจรจา
ทั้งนี้ ข้อมูลชุดใหม่ของกรมการค้าต่างประเทศแตกต่างจากการจัดทำข้อมูล MPI ที่กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการ เพราะกรมการค้าต่างประเทศเป็นข้อมูลเฉพาะ 3 อุตสาหกรรม ที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินและความเสี่ยงด้าน Transshipment ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะจัดทำข้อมูลในภาพรวมของประเทศ โดยคาดว่าจะมีข้อมูลใหม่ออกมาเดือน ต.ค.2569
“ข้อมูลไทยเป็นข้อมูลเฉพาะ 3 อุตสาหกรรมที่ถูกกล่าวหา แต่จะนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบชุดใหญ่ของประเทศ เพื่อให้มีข้อมูลที่สะท้อนข้อเท็จจริงมากขึ้น” นางอารดากล่าว
ข้อมูลไม่สะท้อนการผลิตจริงในปัจจุบัน
สำหรับข้อมูลที่สหรัฐนำมาใช้พิจารณาก่อนหน้านี้เป็นข้อมูลช่วงปี 2024-2025 โดยเป็นตัวเลขอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ภาพรวมของไทยอยู่ที่ 59% ยังไม่ถึง 60% แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่สะท้อนอุตสาหกรรมที่เป็นการผลิตจริงในปัจจุบัน เพราะเป็นข้อมูลเก่าและเป็นข้อมูลจากการสำรวจเพียง 10%
นอกจากนี้ ไทยชี้แจงมาตรการและความเข้มข้นในการตรวจสอบประเด็นการสวมสิทธิ์หรือการถ่ายลำสินค้า (Transshipment) ให้สหรัฐรับทราบด้วย
ไทยแจงสหรัฐเร่งปรับปรุงข้อมูล
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การชี้แจงข้อมูลกับสหรัฐส่วนที่กล่าวหาไทยเป็นประเทศทางผ่านสินค้านั้นส่วนหนึ่งมาจากการที่ดัชนี MPI ที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง ซึ่งต้องแก้ไขเพราะยังคำนวณอุตสาหกรรมที่เลิกกิจการไปแล้ว แต่ไม่ได้นำอุตสาหกรรมใหม่มารวม โดยกระทรวงอุตสาหกรรมกำลังปรับปรุงดัชนี MPI ให้สะท้อนโครงสร้างจริงในปัจจุบัน
นอกจากนี้ไทยได้แสดงความตั้งใจจริงในการสร้างความร่วมมือทางการค้า เพื่อปรับมุมมองของสหรัฐให้ดีขึ้นและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน โดยไทยนำเสนอข้อมูลรายละเอียดชัดเจนแก่ฝ่ายสหรัฐว่าไทยไม่ทำ Transshipment ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการไต่สวน
ขณะที่ของข้อมูลการผลิตระบุว่า ทั้ง 3 กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว ไทยมีกำลังการผลิตจริงสูงถึง 75-90% ซึ่งไม่ได้ต่ำกว่า 60% ตามที่ทางฝ่ายสหรัฐ เข้าใจก่อนหน้านี้แต่อย่างไร
หวังประกาศอัตราภาษีใหม่ 19%
ทั้งนี้ สหรัฐให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างดุลการค้ากับประเทศคู่ค้า โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีดุลการค้ากับสหรัฐสูง ทำให้การเจรจา ART สำคัญต่อทั้ง 2 ฝ่าย ขณะที่ไทยต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกและภาคการผลิตที่พึ่งตลาดสหรัฐ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้อัตราภาษีสูงกว่าคู่แข่งจนส่งผลต่อคำสั่งซื้อและการลงทุน
สำหรับเป้าหมายการเจรจา ART ต้องรักษาอัตราภาษีให้อยู่ในกรอบที่เคยหารือที่ระดับ 19% และต้องไม่ทำให้สินค้าไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เพราะหากไทยมีอัตราภาษีสูงกว่าจะกระทบความสามารถในการแข่งขันผู้ส่งออกไทย และเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการผลิตที่พึ่งพาตลาดสหรัฐ
ส่วนการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ไทยชี้แจง USTR โดยเฉพาะประเด็นการบังคับใช้มาตรการแรงงานและโครงสร้างกำลังการผลิตของไทย พร้อมนำข้อมูลและหลักฐานประกอบการพิจารณาของฝ่ายสหรัฐ

