KEY POINTS
วันนี้ (วันที่ 14 กรกฏาคม 2569) มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปีนี้ ในส่วนของการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ชัดเจนแล้วว่าจะผลักดันให้เกิดโครงการ Co-payment หรือมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ในรูปแบบเดียวกับ “เราเที่ยวด้วยกัน” หรือ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ซึ่งล่าสุดได้ข้อสรุปแล้วว่า จะใช้ชื่อโครงการว่า “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เพื่อเตรียมนำกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมเปิดโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศในรูปแบบ Co-payment คล้ายโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยขณะนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) อยู่ระหว่างปรับปรุงโครงการให้มีการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวมากขึ้นกว่าโครงการในอดีต
รวมถึงกำลังพิจารณาปรับปรุงข้อจำกัด เช่น ข้อจำกัดเรื่องการใช้สิทธิ์เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ รวมถึงการทบทวนความจำเป็นของแนวคิด "เมืองหลัก-เมืองรอง" ว่าควรจะคงไว้หรือปรับเปลี่ยนอย่างไร
รวมถึงขยายกลุ่มผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ ให้ครอบคลุมถึง ผู้ประกอบการเดินรถขนส่งและสายการบิน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง และที่สำคัญคือระบบการเข้าร่วมโครงการของประชาชน ที่ต้องใช้งานง่าย ไม่ต้องสร้างแอปพลิเคชั่นใหม่ เน้นผ่าน “เป๋าตัง” เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก ประชาชนคุ้นเคยและมีระบบที่เสถียรอยู่แล้ว
ทั้งนี้เบื้องต้นจะเสนอขอใช้ งบกลาง ปี 2570 วงเงินไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ตั้งเป้าจำนวนสิทธิ์ไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านสิทธิ์ และคาดการณ์ว่ามูลค่าต่อสิทธิ์ที่รัฐบาลสนับสนุนอาจจะมากกว่า 3,000 บาท ส่วนรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ในสัดส่วน 60 : 40 หรือ 50:50 ยังไม่ได้ข้อสรุป
หากได้ข้อสรุปก็จะเสนอครม.พิจารณาต่อไป คาดว่าจะเริ่มดำเนินการโครงการได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เวลาประมาณ 8 เดือน โดยอาจจะเปิดให้จองสิทธิ์ได้ตั้งแต่ปลายปีนี้และลากยาวไปใช้สิทธิ์ได้ถึงปีหน้า เพื่อให้ครอบคลุมทั้งช่วง High Season และ Low Season ของแต่ละพื้นที่
ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การกระตุ้นตลาดไทยเที่ยวไทย หรือการเที่ยวในประเทศ ซึ่งมีความท้าทายหลักคือ จำนวนประชากรที่ไม่ได้เพิ่มขึ้น ททท.จึงเปลี่ยนกลยุทธ์เป็นการเพิ่มความถี่ในการเดินทาง จากปัจจุบันเฉลี่ย 2 จุดกว่าต่อปี ให้เป็น 3 คนครั้ง เพื่อรักษาเป้าหมายการเดินทางในประเทศที่ประมาณ 200 ล้านคนครั้ง รักษาและเพิ่มความถี่ให้มากกว่าเดิม นอกจากนี้ เตรียมเสนอโครงการโค-เปย์เมนต์ ภายใต้ชื่อ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ซึ่งจะเป็นการผนึกกำลังกับภาคเอกชน เพิ่มสิทธิประโยชน์ส่วนพลัสเข้ามา
อาทิ จากเดิมใช้คูปองดิจิทัลได้ในร้านอาหาร หรือร้านของฝาก แต่อาจเพิ่มในส่วนของรถขนส่งสาธารณะและผู้ประกอบการอื่นๆ เข้ามาเพื่อกระตุ้นการเดินทางมากขึ้น โดยในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว (กรอ.ท่องเที่ยว) เพื่อหารือในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยวร่วมกัน