
สหรัฐ และอิหร่านประกาศข้อตกลงสันติภาพเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง อิหร่านยืนยันลงนามกันวันศุกร์ที่นครเจนีวา ทั้งสองฝ่ายยังไม่เปิดเผยเนื้อหาข้อตกลงฉบับเต็ม
บลูมเบิร์ก รายงานว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านแถลงว่า ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นการปูทางสู่การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของรัฐบาลเตหะราน และยุติสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคนรวมถึงสร้างความปั่นป่วนให้กับเศรษฐกิจโลก
“ข้อตกลงกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเสร็จสมบูรณ์แล้ว” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.69) ตามเวลาสหรัฐ “ข้าพเจ้าขอมอบอำนาจอย่างเต็มที่ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง และในขณะเดียวกันนี้ ขออนุมัติให้ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของกองทัพเรือสหรัฐโดยทันที”
การประกาศดังกล่าวเริ่มขึ้นครั้งแรกจากนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ตามมาด้วยทรัมป์และสื่อของรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งฝ่ายหลังบรรยายถึงข้อตกลงนี้ว่าเป็นความพ่ายแพ้ (การยอมจำนน) ของสหรัฐ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน คาเซม การิบาบาดี ยืนยันว่าประเทศได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐ แล้ว
เขากล่าวผ่านโทรทัศน์ของรัฐว่า การลงนามอย่างเป็นทางการระหว่างทั้งสองฝ่ายจะมีขึ้นในวันศุกร์นี้
ราคาน้ำมันดิ่งลงทันทีหลังมีข่าวดังกล่าว โดยน้ำมันดิบเบรนท์ Brent ร่วงลงมากกว่า 3% ไปอยู่ที่เกือบ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากปิดตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบกว่าสามเดือน ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (WTI) ร่วงลง 4% มาอยู่ที่ใกล้ 81 ดอลลาร์
ด้านสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับกลุ่มสกุลเงิน G10 ในช่วงเริ่มต้นการซื้อขายของตลาดเอเชีย โดยมีดอลลาร์ออสเตรเลีย (Aussie) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยง นำตลาดในการแข็งค่าขึ้น ส่วนสกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้นประมาณ 0.5%
อิหร่านเผยลงนามวันศุกร์
แม้จะยังไม่มีฝ่ายใดเปิดเผยเนื้อหาฉบับเต็มของข้อตกลง แต่โครงร่างคร่าว ๆ ของข้อตกลงนี้ได้ถูกส่งต่อกันมาหลายวันแล้ว นายคาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า เนื้อหาของบันทึกความเข้าใจ (MOU) จะถูกเปิดเผยหลังจากมีการลงนามอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายน
ทั้งสหรัฐและอิหร่านจะยุติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางการเดินเรือที่คับคั่งที่สุดในโลก ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่โจมตีซึ่งกันและกัน และจะเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านจะได้รับการผ่อนปรนจากมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปที่การขายน้ำมันในต่างประเทศ
แม้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างจะประกาศชัยชนะ แต่พวกเขาก็ยังคงมีความหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจกันอย่างลึกซึ้ง และยังมีคำถามสำคัญตามมาเกี่ยวกับความสามารถในการบรรลุข้อตกลงในภาพรวมที่กว้างขึ้น สิ่งที่ยังคงไม่ชัดเจนคือท่าทีจากฝั่งอิสราเอล ซึ่งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้ทำให้การลงนามในนาทีสุดท้ายต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการโจมตีครั้งใหม่ในเลบานอน
ทรัมป์ อาจต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากกลุ่มผู้สนับสนุนนโยบายสายเหยี่ยว (กลุ่มต่อต้านอิหร่าน) ในประเทศตนเอง ซึ่งกังวลว่าเขากำลัง "ผลัดวันประกันพรุ่ง" ในประเด็นสำคัญ ๆ เช่น ขีดความสามารถทางนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธนำวิถีของอิหร่าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุผลแรกเริ่มที่ทำให้ทรัมป์เปิดฉากสงครามครั้งนี้
นอกจากนี้ สิ่งจูงใจทางการเงินที่อิหร่านจะได้รับก็ยังไม่มีความชัดเจนเช่นกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐคนหนึ่งซึ่งให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังพิจารณาข้อตกลงที่อิหร่านจะได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นขั้น ๆ ในทุกครั้งที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อเรียกร้องของสหรัฐ
แต่อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้เรียกร้องสิทธิ์ในการเข้าถึงเงินทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ในบัญชีธนาคารต่างประเทศ รวมถึงการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรในระยะยาว
การประกาศครั้งนี้เป็นผลมาจากการเจรจาทางอ้อมเป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่ลากยาวระหว่างวอชิงตันและเตหะราน นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีการปะทะกันเป็นระยะ ๆ ที่ขู่ว่าจะทำลายความพยายามทางการทูตในการยุติสงคราม
ทรัมป์ ได้อ้างมาหลายสัปดาห์แล้วว่าทั้งสองฝ่ายใกล้จะบรรลุข้อตกลง และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเขาได้กล่าวว่าข้อตกลงจะถูกลงนามในวันรุ่งขึ้น ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 80 ปีของเขาพอดี
ข้อตกลงนี้จะช่วยขจัดความกลัวเรื่องการกลับไปสู่ความขัดแย้งในทันที ซึ่งเคยสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อตลาดพลังงานโลกและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อระลอกใหม่ นอกจากนี้ มันยังช่วยลดแรงกดดันทางการเมืองที่ทรัมป์ต้องเผชิญก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน โดยผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าสงครามครั้งนี้ไม่เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชาวอเมริกัน
อิหร่านได้สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซหลังจากที่การทิ้งระเบิดโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลได้จุดชนวนให้เกิดสงคราม ซึ่งเป็นการขัดขวางเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ตามปกติแล้วคิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 5 ของปริมาณการจัดหาทั่วโลก เส้นทางผ่านของเรือที่เข้าและออกจากอ่าวเปอร์เซียยังคงถูกจำกัดอย่างหนัก โดยมีการสัญจรผ่านเพียงเศษเสี้ยวเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับระดับก่อนช่วงเกิดสงคราม