
KEY POINTS
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องใน วันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ออมชีวิต: Healthy Work Life for Modern Workers” มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายจากการทำงานนาน (Long Working Hours) พร้อมส่งเสริมทักษะการสร้างสมดุลระหว่างชีวิต และการทำงาน (Work-Life Balance) เพื่อให้คนวัยทำงานทุกกลุ่มมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ปลอดโรค และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แรงงานไทย คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ในปัจจุบันบริบทการทำงานเปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น ส่งผลให้หลายคนตกอยู่ในสภาวะทำงานต่อเนื่องยาวนาน (Long Working Hours) โดยไม่รู้ตัว ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ในปี พ.ศ. 2564 ระบุว่า
“กรมควบคุมโรค จึงให้ความสำคัญกับการรณรงค์ ออมชีวิตหรือการรักษาสมดุลสุขภาพควบคู่ไปกับการทำงาน เพื่อให้คนวัยทำงานติดอาวุธมีความรู้ในการป้องกันภัยเงียบจากการทำงานต่อเนื่องนานเกินไป เช่น ภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งการดูแลสุขภาพตนเองไม่ต่างจากการออมเงิน เป็นต้นทุนสำคัญที่จะทำให้เราดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาว” นพ.เอนก กล่าว
ด้าน พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมมุ่งเน้นการสื่อสารเชิงรุกผ่านการเสวนาความรู้จากประสบการณ์ตรงถ่ายทอดสู่คนทำงาน และโซนกิจกรรมความรู้ที่น่าสนใจ อาทิ โซน Work (ไม่) Balance ให้ความรู้เรื่อง โรคคาโรชิ (การเสียชีวิตจากการทำงาน) โซนสืบนครบาล ที่ให้บริการคัดกรองสุขภาพ และการให้คำปรึกษาโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์
"กรมควบคุมโรค หวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนวัยทำงานทุกสาขาอาชีพ ทั้งในระบบและนอกระบบ หันมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเวลาและดูแลสุขภาพตนเอง เพื่อป้องกันภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากการทำงานที่นานเกินไป"พญ.ฉันทนากล่าว
สำหรับ "โรคคาโรชิ" หรือ การเสียชีวิตจากการทำงาน ซึ่งในญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิตจากการทำงานหนัก จนมีชื่อเรียกเฉพาะว่า ‘คาโรชิ’ อันหมายถึง ‘ทำงานหนักจนตาย’ เป็นหนึ่งในโรควัยทำงานที่ควรรู้ทันก่อนมันจะเกิดขึ้น
คาโรชิ เกิดจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่กลับบ้านกลับช่อง กินข้าวไม่ตรงเวลา เครียดก็หันหน้าไปพึ่งแอลกอฮอล์ บุหรี่ อาหารไขมันสูง จนสุขภาพกายย่ำแย่ สุขภาพใจพัง หนึ่งในสัญญาณเตือนโรคคาโรชิ คือ ภาวะอารมณ์อันแปรปรวน โมโหเพื่อนร่วมงาน ชอบชักสีหน้า ฉุนเฉียว มองอะไรขวางหูขวางตาไปหมด และให้ความสนใจแต่เรื่องงาน งาน งาน เท่านั้น ไม่ค่อยสนใจคนอื่น เครียดวนไป
1.) โรคหัวใจ ทำงานหนักจนเกิดความผิดปกติที่หัวใจจนถึงแก่ความตาย
อาการ : ใจเต้นแรง ล้าที่แขนข้างซ้าย รู้สึกแปลกๆจากช่องท้องลามขึ้นมา เมื่อรู้สึกตื่นเต้นหรือกังวลจะรู้สึกร้อนที่อกจนทนแทบไม่ไหว
2.) เส้นเลือดในสมองแตก เป็นหนึ่งอาการที่ทำงานหนักจนเกิดความผิดปกติในสมอง เส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิต
อาการ : เวียนหัวจนรู้สึกเดินตรงๆไม่ได้, บางทีฟังจับใจความไม่ค่อยได้ ไม่มีสมาธิ, อยู่ๆก็หมดแรงทำของหล่นบ่อยๆ, บางทีตาลายเห็นภาพซ้อนกัน
3.) ทำงานหนักจนฆ่าตัวตาย ทำงานหนักและมีอาการเครียดจนมีปัญหาทางสภาพจิตใจ จนท้ายที่สุดทรมานจนฆ่าตัวตาย
อาการ : ร่างกายอ่อนล้าไม่มีแรง เหนื่อยง่าย ทำอะไรก็รู้สึกไม่สนุกเหมือนเดิม มีอาการซึมเศร้า ขาดแรงจูงใจ
4.) ทำงานหนักนอนไม่เพียงพอ จนเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น เกิดอาการหลับในระหว่างขับรถจนเกิดอุบัติเหตุ หรือแช่น้ำร้อนในอ่างที่บ้านแล้วหลับจมน้ำเสียชีวิต
อาการ : ตามที่กล่าวข้างต้น
กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ระบุถึง วิธีรับมือกับโรคคาโรชิ
ถ้าสำรวจตัวเองดูแล้ว ว่าเข้าข่ายเป็นคนบ้างานจนอาจพัฒนาไปเป็น โรคคาโรชิได้ ต้องรีบป้องกันอย่าให้ไปถึงขั้นนั้น ลองปล่อยวาง จัดเวลาให้แน่นอน ว่าเวลาไหนที่ควรจะพักผ่อนได้แล้ว เพราะคนพักผ่อนไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่เป็นคนรักตัวเอง ต้องตระหนักไว้ก่อนเลยว่า สุขภาพเราสำคัญที่สุด ถ้าเป็นอะไรขึ้นมามันไม่คุ้มกันเลย
ถ้าอยู่ในช่วงพักเที่ยง วิธีพักผ่อนอาจจะไม่ต้องเล่นใหญ่ขนาดไปดูละครเวที ตกปลา พาหมาวิ่ง ชอปปิ้งสามแสน แค่เดินออกไปสูดอากาศข้างนอก หลับตา นั่งนิ่ง ๆ สักพัก หรือจะงีบสักหน่อยก็ได้ เพื่อผ่อนคลายความเครียดระหว่างวัน หาเวลาออกกำลังกาย และวันหยุดสุดสัปดาห์ มีเวลาว่างเมื่อไหร่ ค่อยไปดูละครเวที ตกปลา เล่นกีฬา พาหมาวิ่ง ชอปปิ้งสามแสน (ระวังเป็นหนี้) ก็จะช่วยได้มากเลย
ถ้ารู้สึกเครียดมากๆ ไม่อยากทำกิจกรรมอะไรทั้งนั้น เหนื่อยล้า ไม่อยากขยับตัว ลองพูดคุยกับผู้เชียวชาญเพื่อขอคำปรึกษาที่ สายด่วน สุขภาพจิต หรือจิตแพทย์จะดีที่สุด