ธันยรัศม์ สุวรรณศรี
29 Sep 2025

29 กันยายน วันหัวใจโลก เช็กอาการเหนื่อย ใจสั่น เจ็บหน้าอก ต้องระวัง

วันหัวใจโลก (World Heart Day) 29 กันยายน รณรงค์ตระหนักโรคหัวใจ สาเหตุการตายสูงสุด สังเกตอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อย ใจสั่น วูบ ป้องกันด้วยออกกำลัง คุมอาหาร งดบุหรี่


วันหัวใจโลก (World Heart Day) ตรงกับวันที่ 29 กันยายน ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของโรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประชากรโลก จากรายงานการเสียชีวิตขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบโรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ประมาณการมีผู้เสียชีวิต 9.2 ล้านคน ส่วนสถานการณ์ในไทยตั้งแต่ตุลาคม 2566 – กรกฎาคม 2567 มีจำนวนมากถึง 33,261 คน และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี


29 กันยายน วันหัวใจโลก


29 กันยายน วันหัวใจโลก


โรคหัวใจโดยทั่วไปจำแนกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่



  • กลุ่มที่มีความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว

  • กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน

  • กลุ่มที่มีการนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ เช่น โรคหัวใจเต้นพลิ้ว เป็นต้น


 


อาการโรคหัวใจมีอะไรบ้าง?



  • อาการเจ็บหน้าอก เป็นอาการสำคัญของโรคหัวใจ แต่อย่างไรก็ตามอาจเกิดจากโรคอื่นได้ด้วย ลักษณะอาการเจ็บหน้าอกที่ชวนสงสัยว่าอาจเกิดจากโรคหัวใจขาดเลือด ได้แก่ เจ็บแน่นคล้ายถูกของหนักทับ มักเป็นบริเวณกลางอก ไม่สามารถระบุจุดที่ปวดมากที่สุดชัดเจนได้ อาจมีร้าวไปที่ไหล่ สะบัก ขากรรไกร แขนซ้ายด้านใน หรือแขนทั้งสองข้างได้ อาการเจ็บหน้าอกมักเป็นมากขึ้นตอนออกแรงหรือมีกิจกรรม และอาการจะทุเลาเมื่อหยุดพัก นอกจากนี้ยังมีอาการเจ็บหน้าอกจากสาเหตุอื่นๆ เช่น หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด จะมีความแตกต่างกันคือมีอาการเจ็บหน้าอกแบบแปล๊บแหลม เสียดแทงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ร้าวทะลุกลางหลัง อาจมีอาการเหนื่อยผิดปกติ และหน้ามืดร่วมด้วย หรืออาการเจ็บจากภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ อาจเจ็บบริเวณกลางอกค่อนไปทางด้านซ้าย เจ็บจี๊ด ๆ แหลม ๆ เป็นมากขึ้นเวลาที่หายใจเข้าหรือไอ

  • อาการเหนื่อย ผู้ป่วยจะหายใจเร็วและตื้น ทำกิจกรรมได้อย่างจำกัด อาจมีอาการเป็นมากขึ้นตอนนอนราบ ทำให้นอนราบไม่ได้เมื่อนั่งหรือหนุนหมอนสูงแล้วจะดีขึ้น อาจมีอาการขาบวมร่วมด้วย

  • อาการเขียว เกิดจากออกซิเจนในเม็ดเลือดแดงลดลง อาจมีภาวะเขียวให้เห็นได้ทั้งที่ริมฝีปาก ใบหน้า หรือ ปลายมือปลายเท้า

  • อาการใจสั่น อาการที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นไม่สม่ำเสมอ เต้นเร็วหรือช้ากว่าปกติ อาจเป็นชั่วคราวและหายเองหรือเป็นตลอดเวลา อาจมีอาการหน้ามืด วูบ ร่วมด้วย

  • อาการวูบ หน้ามืด หรือหมดสติ อาจกินเวลาเพียงเสี้ยววินาที หรือเป็นนาทีได้ มีภาวะชักเกร็งได้หลังจากฟื้นรู้ตัว ผู้ป่วยมักจะกลับเป็นปกติ ไม่มีอาการแขนขาอ่อนแรงใด ๆ


 



"ที่สำคัญโรคหัวใจนั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุ หรือเพศใดเพศหนึ่ง แต่สามารถเกิดได้กับทุกคน และโรคหัวใจบางโรคสามารถป้องกันได้"


 

วิธีการป้องกันโรคหัวใจ



  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลีกเลี่ยงกิจวัตรที่ต้องนั่งเฉย ๆ เป็นระยะเวลานาน เช่น นั่งหน้าทีวีเป็นระยะเวลานาน ควรออกกำลังกาย เช่น เดินเร็ว วิ่ง หรือแอโรบิก อย่างน้อย30นาทีต่อครั้ง 5 วันต่อสัปดาห์ หรือ 150นาทีต่อสัปดาห์

  • ควบคุมน้ำหนัก โดยวัดรอบเอวอย่างสม่ำเสมอ ( ในคนเอเชียผู้ชาย ไม่เกิน90ซ.ม.ผู้หญิงไม่เกิน80ซ.ม.) และคิดคำนวณBMI ( นน.เป็นกิโลกรัมหารส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง ) รักษาค่าBMIให้อยู่ในระดับปกติเสมอคือ 18.5-24.9

  • กำจัดพฤติกรรมเสี่ยงด้วยการงดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ รักษาโรคร่วมที่ส่งผลเสียให้กับหัวใจ ได้แก่ โรคเบาหวาน ( การรักษาในปัจจุบันมียาลดระดับน้ำตาลในเลือดที่ช่วยลดการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ดีอีกด้วย ), ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง จำเป็นต้องควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปกติ

  • เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ ได้แก่ อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน ( Mediterranean diet ) คือเน้นพวกธัญพืช ถั่ว ผัก ผลไม้ ปลา ลดการบริโภคเนื้อแดง เลือกทานแต่ไขมันดี

  • จัดการกับความเครียด และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ


ดังนั้นการเริ่มปฏิบัติการป้องกันโรคหัวใจ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ลดปัจจัยเสี่ยง และคอยสังเกตความผิดปกติอาการต่าง ๆ ของโรคหัวใจ เพื่อดูแลหัวใจของเรา คนในครอบครัว คนที่เรารัก ชวนกันมาตรวจเช็กสุขภาพหัวใจด้วยกันเถอะ


ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาล และ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.