"คลัง" เร่งผลักดันโครงการ "รถเก่าแลกรถกระบะใหม่" เสนอบอร์ดกลั่นกรองฯ พิจารณา ตั้งเป้าเริ่มโครงการได้ภายในสิ้นปี 2569 โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับเงินสนับสนุน 40,000 บาทต่อคัน ร่วมกับส่วนลดจากค่ายรถและเงินที่ได้จากการขายซาก เร่งลดมลพิษ-กระตุ้นตลาดรถกระบะ
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังเร่งผลักดัน "โครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่" ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณา ของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ หรือ อนุกรรมการกลั่นกรองฯ ซึ่งมีนายกุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธาน
ทั้งนี้ เพื่อขอใช้เงินกู้จำนวน 6,000 ล้านบาท จาก พ.ร.ก. เงินกู้ ในส่วนเปลี่ยนผ่านพลังงาน วงเงิน 200,000 ล้านบาทหลัง เพื่อมาดำเนินโครงการ โดยหากอนุกรรมการเห็นชอบ จะส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองชุดใหญ่พิจารณา แล้วจึงส่งเรื่องต่อไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามลำดับ โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถเริ่มโครงการได้ภายในสิ้นปี 2569 นี้
สำหรับเงื่อนไขของผู้ที่จะได้รับสิทธิ ต้องเป็นคนไทยที่อายุ 20 ปีขึ้นไป และสามารถใช้สิทธิ 1 คนต่อ 1 คัน โดยผู้เข้าร่วมจะได้เงินสนับสนุนจาก 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นเงินที่กระทรวงการคลังอุดหนุนให้โดยตรงคันละ 40,000 บาท ส่วนที่สองเป็นเงินที่ค่ายรถยนต์ร่วมจ่าย (Co-pay) ซึ่งยังไม่ได้กำหนดวงเงิน และส่วนที่สามเป็นมูลค่าของรถเก่าที่นำมาแลก
“สมมุติว่า ถ้าได้เงินจากคลัง 40,000 บาท ค่ายรถสมทบอีก 40,000 บาท และได้มูลค่ารถเก่าอีก 20,000 บาท ผู้ซื้อจะได้ส่วนลดรวม 100,000 บาทเมื่อซื้อรถกระบะคันใหม่ โดย รถเก่าที่นำมาแลกต้องถูกนำไปทำลายเท่านั้น จะนำกลับมาใช้หรือขายต่อเป็นรถมือสองไม่ได้” แหล่งข่าว กล่าว
ในการนี้ รถเก่าที่นำมาแลกจะเป็นรถเก๋ง รถตู้ หรือรถกระบะก็ได้ แต่ต้องจดทะเบียนก่อนปี 2555 ไม่เป็นซากรถและยังใช้งานได้ ชำระภาษีครบถ้วน และไม่ติดภาระผูกพัน
ในส่วนของรถใหม่ที่ซื้อได้ต้องเป็นรถกระบะ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานของรถกระบะ (รถ PPV) ที่ผลิตในประเทศไทย และต้องใช้เทคโนโลยีไฟฟ้า (xEV) หรือใช้น้ำมันดีเซล B20 ได้
“โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม และฟื้นฟูอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย เพราะในปัจจุบัน ไทยมีรถยนต์เก่าอายุ 10–20 ปีขึ้นไปสะสมอยู่ราว 8.17 ล้านคัน จำนวนนี้มีรถกระบะดีเซลรุ่นเก่าที่ปล่อยก๊าซพิษสูงอยู่จำนวนมาก และตลาดรถกระบะยังซบเซาหนัก เพราะผู้ซื้อจำนวนมากขอสินเชื่อไม่ผ่าน”
ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงเร่งผลักดันนโยบายนี้ให้ครบทุกด้าน โดยประสานธนาคารออมสินให้ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไม่เกิน 5% ต่อปี และประสานโรงงานกำจัดซากรถ เพื่อเตรียมพร้อมรองรับปริมาณรถที่จะนำมากำจัดซาก ราวปีละ 50,000 คัน