อุทัยวรรณ บัวเขียว
16 hrs

ททท.เปิดเกมส์รุก เจาะจีนคุณภาพ สร้างโมเมนตัม ปั๊มจีนเที่ยวไทย 6.7 ล้านคน ปี 2570


KEY POINTS





  • ททท. ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพ 6.7 ล้านคนภายในปี 2570 ส่วนปี 2569 อยู่ที่ 5.3 ล้านคน โดยโฟกัสกลยุทธ์มาเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ซึ่งมีกำลังซื้อสูง

  • เปิดตัวแคมเปญ "Nihao Month 2026" เพื่อสร้างโมเมนตัมและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น วันชาติจีนและตรุษจีน

  • ผนึกแพลตฟอร์มออนไลน์ของจีน และเชิญอินฟลูเอนเซอร์มาสร้างการรับรู้เที่ยวไทย โดยมีนโยบายวีซ่าฟรีและเที่ยวบินตรงที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสนับสนุน

  • แอตต้า แนะเจาะตลาด Silver Economy จีน ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด รุกตลาดจีน ดึงกลุ่มคุณภาพ


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ททท.ให้ความสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพเที่ยวไทยเป็นสำคัญ โดยจะเห็นว่านักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทยในปัจจุบันจะแตกต่างจากช่วงก่อนเกิดโควิดในอดีตมาก เพราะวันนี้กว่า 80% เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเอฟไอที จากเดิมที่เป็นกรุ๊ปทัวร์เป็นส่วนใหญ่



นักท่องเที่ยวจีน เที่ยวไทย


ททท.เจาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพเที่ยวไทย


ทั้งนี้แม้จำนวนนักท่องเที่ยวอาจไม่มาก เหมือนเดิม แต่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยบวกที่สนับหนุนตลาดจีนโตต่อเนื่อง คือ จากนโยบายยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa-free) สำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่สามารถพำนักได้นานถึง 30 วัน รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินตรงจากจีนเข้าไทยเพิ่มขึ้น


โดยพบว่าเที่ยวบินตรงเส้นทางใหม่ถึง 6 เส้นทางในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ครอบคลุมเมืองสำคัญในจีน เช่น ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, คุนหมิง และซีอาน เชื่อมต่อสู่จุดหมายปลายทางในไทยอย่าง สุวรรณภูมิ, เชียงใหม่, ภูเก็ต


ทำให้ททท.ต้องเน้นการกระตุ้นตลาด และส่งเสริมโปรดักซ์ เพื่อรองรับกลุ่มตลาดเอฟไอทีที่เติบโตต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกับแอปพลิเคชันรายใหญ่ของจีน อย่าง Meituan และ Dianping ประชาสัมพันธ์ร้านอาหารคุณภาพภายใต้มาตรฐาน “Black Pearl Guide” ซึ่งเป็นที่นิยมในจีน เพื่อดึงดูดให้มาทานอาหารและเที่ยวไทย



ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.


การเน้นเจาะตลาดจีนจากเมืองรอง รวมทั้งในอนาคต ก็จะไปเจาะกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ ที่เป็นทัวร์คุณภาพ ขายแพ็คเกจเที่ยวไทยในราคาสูงเพิ่มขึ้นเช่นกัน“ปี 2569 ททท.คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยอยู่ที่ 5.3 ล้านคน สร้างรายได้ 2.8-3 แสนล้านล้านบาท และในปี 2570 จะเพิ่มเป็น 6.7-7 ล้านคน สร้างรายได้ 3.5 แสนล้านบาท”



สถิตินักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย


ชู 4 กิจกรรม คิ๊กออฟ Nihao Month 2026


ดังนั้นเพื่อขับเคลื่อนให้เป็นไปตามเป้าหมาย ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ถือเป็นช่วงสำคัญ ที่ส่งผลต่อโมเมนตั้มในการทำตลาดต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ททท.จึงคิ๊กออฟโครงการ Nihao Month 2026 ภายใต้แนวคิด“จงไท่อี่เจียชิน” (ไทย-จีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน) ที่จะกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วง วันชาติจีน 2569 เทศกาลไหว้พระจันทร์ ต่อเนื่องไปถึงเทศกาลตรุษจีน ปีหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางท่องเที่ยวสูงมากของนักท่องเที่ยวจีน ททท.จะเน้น 4 กิจกรรม เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษแก่นักท่องเที่ยวจีน ได้แก่



  1. Chinese Passport Special Deals: เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน - 31 ตุลาคม 2567 มอบสิทธิพิเศษและประสบการณ์ All-around experience ให้แก่นักท่องเที่ยวจีนเพียงแสดงพาสปอร์ต ณ ร้านค้าและบริการที่ร่วมรายการ อาทิ กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา, กลุ่มสยามพิวรรธน์, เครือ BDMS, AIS และแพลตฟอร์มการชำระเงินอย่าง Alipay และ WeChat Pay

  2. ความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม Meituan และ Dianping ประชาสัมพันธ์ร้านอาหารคุณภาพภายใต้มาตรฐาน Black Pearl Guide เพื่อดึงดูดกลุ่มนักชิมผ่านอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีน เน้นการนำเสนอ Soft Power ด้านอาหารไทย (Must Eat)

  3. Amazing Thailand Experience เชิญอินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่จากจีน 30 ราย ร่วมสัมผัสประสบการณ์จริงภายใต้แนวคิด Healing Journey ในหลายจังหวัด เช่น กระบี่ (เน้นความยั่งยืน), เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์(เน้นการเป็นเมือง Gastronomy ของ UNESCO), เชียงราย (เน้นการพักผ่อนและรีทรีท) และ ระยอง


ททท.เปิดเกมส์รุก เจาะจีนคุณภาพ สร้างโมเมนตัม ปั๊มจีนเที่ยวไทย 6.7 ล้านคน ปี 2570


4. Amazing Thailand Mid-Autumn Celebration จัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ในวันที่ 25 กันยายน 2567 ณ One Bangkok ภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการวัฒนธรรม, เวิร์กชอปการตัดกระดาษ, การเขียนพู่กันจีน และการแสดงทางวัฒนธรรมเพื่อเชื่อมสัมพันธ์สองประเทศ


ททท.เชื่อมั่นว่า Nihao Month 2026 จะเป็นแรงส่งสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และ Golden Week และสร้างความต่อเนื่องของตลาดสู่ช่วง Low Season และเทศกาลตรุษจีน 2570 โดย ททท.คาดว่าจะสามารถสร้างการรับรู้จาก Nihao Month 2026 ได้กว่า 500 ล้านคน-ครั้ง เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็น Top of Mind Destination และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนรู้สึกผูกพันและอยากกลับมาเยือนซ้ำอีกครั้ง


ททท.คาดการณ์ช่วง Golden Week ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน-7 ตุลาคม 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยประมาณ 250,000 คน เพิ่มขึ้น 24% สร้างรายได้ประมาณ 11,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปี 2568 สะท้อนแนวโน้มตลาดจีนที่ฟื้นตัวดีขึ้น บวกทั้งด้านจำนวน และรายได้ที่บวกมากกว่าจำนวน ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายมากขึ้น


แอตต้าแนะเจาะตลาด Silver Economy จีน


นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) หรือ ATTA มองว่า จีนกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Silver Economy ซึ่งจากข้อมูลโครงสร้างประชากรจีน ณ สิ้นปี 2568 ระบุว่า จีนมีประชากรรวมประมาณ 1.405 พันล้านคน โดยเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปถึง 323.38 ล้านคน คิดเป็น 23.0% และมีผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 223.65 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 15.9% ในขณะที่ประชากรวัยทำงานอายุ 16-59 ปี ลดลงเหลือ 851.36 ล้านคน คิดเป็น 60.6%


ความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างนี้ส่งผลให้จีนวางกรอบยุทธศาสตร์เปลี่ยน “ภาระทางประชากร” (Ageing Burden) ให้เป็น “ปันผลทางอายุยืน” (Longevity Dividend) โดยมองผู้สูงวัยเป็นกลุ่มผู้บริโภคใหม่ (New Consumer Class) โดยเฉพาะกลุ่ม Young-Old หรือ Active Senior ซึ่งยังมีสุขภาพแข็งแรง มีเงินออม มีเวลา และต้องการใช้ชีวิตมากกว่าการรอรับการดูแล ตลาดผู้สูงวัยของจีนจึงขยายตัวครอบคลุมหลากหลายมิติ


เช่น การท่องเที่ยว สุขภาพ วัฒนธรรม การเรียนรู้ นันทนาการ อาหารเพื่อสุขภาพ กีฬา สมาร์ทโฮม การอยู่อาศัยที่เหมาะกับวัย และประสบการณ์ทางสังคม โดยกรอบ Silver Economy ของจีนตั้งเป้าหมายขยายมูลค่าตลาดสูงถึง 30 ล้านล้านหยวนภายในปี 2035


แต่อีกด้านหนึ่ง ประเทศไทยเองกำลังเข้าสู่โครงสร้างประชากรสูงวัยอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจำเป็นต้องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ผ่านสองมิติพร้อมกัน ทั้งการรองรับตลาด Active Senior จากทั่วโลก และการบริหารจัดการโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังสูงวัยอย่างรวดเร็ว Thailand Wellness ไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ Spa, Massage หรือ Medical Tourism แต่ต้องยกระดับเป็น Longevity & Wellness Economy ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่มีมูลค่าสูง


ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด รุกตลาดจีน ดึงกลุ่มคุณภาพ


นายมนาเทศ อันนวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) กล่าวว่า ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยปัจจุบันสมาชิกผู้ถือบัตร Thailand Privilege Card สัญชาติจีน (นับรวมจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน) ปัจจุบันประมาณ 20,000 คน ครองสัดส่วนเป็นอันดับ 1 ของฐานลูกค้าทั้งหมด จากฐานสมาชิกรวมทั่วโลกที่มีอยู่ประมาณ 40,000 คน


การทำตลาดจีน จะเน้นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างททท. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายหลัก (Top Agents) ในประเทศจีน เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่เดินทางเข้าประเทศไทยบ่อยครั้ง รวมถึงกลุ่มที่ต้องการพำนักระยะยาวและเกษียณอายุในไทย


โดยบริษัท ได้วางมาตรการคัดกรองความปลอดภัยและการเฝ้าระวังเข้มงวด ในการขายบัตรอีลิทการ์ด ซึ่งได้ยกระดับกระบวนการคัดกรองประวัติผู้สมัครผ่าน 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และองค์กรตำรวจสากล (Interpol) รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินผ่านสำนักงาน ปปง. ในบางกรณี


นอกจากนี้ ยังมีระบบติดตามและตรวจสอบสมาชิกอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่พำนักในไทย โดยสมาชิกจะได้รับการตรวจสอบประมาณ 4 ครั้งต่อปี (ผ่านการรายงานตัวทุก 90 วัน และการต่ออายุสิทธิ์พำนักประจำปี) รวมถึงการตรวจประวัติใหม่ทุกครั้งที่มีการติดสติ๊กเกอร์วีซ่ารอบ 5 ปี หากพบความผิดปกติหรือได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ


บริษัทจะทำการระงับสถานะ (Pending) หรือยกเลิกการเป็นสมาชิก (Terminate) ทันที ซึ่งที่ผ่านมาพบกรณีการกระทำผิดน้อยมากไม่ถึง 0.1% ทำให้ฐานสมาชิกในปัจจุบันมีความสะอาดและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย


ทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางในการส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เกิดขึ้น




 


 


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.