KEY POINTS
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ททท.ให้ความสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพเที่ยวไทยเป็นสำคัญ โดยจะเห็นว่านักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทยในปัจจุบันจะแตกต่างจากช่วงก่อนเกิดโควิดในอดีตมาก เพราะวันนี้กว่า 80% เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเอฟไอที จากเดิมที่เป็นกรุ๊ปทัวร์เป็นส่วนใหญ่

นักท่องเที่ยวจีน เที่ยวไทย
ทั้งนี้แม้จำนวนนักท่องเที่ยวอาจไม่มาก เหมือนเดิม แต่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยบวกที่สนับหนุนตลาดจีนโตต่อเนื่อง คือ จากนโยบายยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa-free) สำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่สามารถพำนักได้นานถึง 30 วัน รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินตรงจากจีนเข้าไทยเพิ่มขึ้น
โดยพบว่าเที่ยวบินตรงเส้นทางใหม่ถึง 6 เส้นทางในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ครอบคลุมเมืองสำคัญในจีน เช่น ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, คุนหมิง และซีอาน เชื่อมต่อสู่จุดหมายปลายทางในไทยอย่าง สุวรรณภูมิ, เชียงใหม่, ภูเก็ต
ทำให้ททท.ต้องเน้นการกระตุ้นตลาด และส่งเสริมโปรดักซ์ เพื่อรองรับกลุ่มตลาดเอฟไอทีที่เติบโตต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกับแอปพลิเคชันรายใหญ่ของจีน อย่าง Meituan และ Dianping ประชาสัมพันธ์ร้านอาหารคุณภาพภายใต้มาตรฐาน “Black Pearl Guide” ซึ่งเป็นที่นิยมในจีน เพื่อดึงดูดให้มาทานอาหารและเที่ยวไทย

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.
การเน้นเจาะตลาดจีนจากเมืองรอง รวมทั้งในอนาคต ก็จะไปเจาะกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ ที่เป็นทัวร์คุณภาพ ขายแพ็คเกจเที่ยวไทยในราคาสูงเพิ่มขึ้นเช่นกัน“ปี 2569 ททท.คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยอยู่ที่ 5.3 ล้านคน สร้างรายได้ 2.8-3 แสนล้านล้านบาท และในปี 2570 จะเพิ่มเป็น 6.7-7 ล้านคน สร้างรายได้ 3.5 แสนล้านบาท”

สถิตินักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย
ดังนั้นเพื่อขับเคลื่อนให้เป็นไปตามเป้าหมาย ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ถือเป็นช่วงสำคัญ ที่ส่งผลต่อโมเมนตั้มในการทำตลาดต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ททท.จึงคิ๊กออฟโครงการ Nihao Month 2026 ภายใต้แนวคิด“จงไท่อี่เจียชิน” (ไทย-จีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน) ที่จะกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วง วันชาติจีน 2569 เทศกาลไหว้พระจันทร์ ต่อเนื่องไปถึงเทศกาลตรุษจีน ปีหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางท่องเที่ยวสูงมากของนักท่องเที่ยวจีน ททท.จะเน้น 4 กิจกรรม เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษแก่นักท่องเที่ยวจีน ได้แก่

4. Amazing Thailand Mid-Autumn Celebration จัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ในวันที่ 25 กันยายน 2567 ณ One Bangkok ภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการวัฒนธรรม, เวิร์กชอปการตัดกระดาษ, การเขียนพู่กันจีน และการแสดงทางวัฒนธรรมเพื่อเชื่อมสัมพันธ์สองประเทศ
ททท.เชื่อมั่นว่า Nihao Month 2026 จะเป็นแรงส่งสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และ Golden Week และสร้างความต่อเนื่องของตลาดสู่ช่วง Low Season และเทศกาลตรุษจีน 2570 โดย ททท.คาดว่าจะสามารถสร้างการรับรู้จาก Nihao Month 2026 ได้กว่า 500 ล้านคน-ครั้ง เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็น Top of Mind Destination และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนรู้สึกผูกพันและอยากกลับมาเยือนซ้ำอีกครั้ง
ททท.คาดการณ์ช่วง Golden Week ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน-7 ตุลาคม 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยประมาณ 250,000 คน เพิ่มขึ้น 24% สร้างรายได้ประมาณ 11,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปี 2568 สะท้อนแนวโน้มตลาดจีนที่ฟื้นตัวดีขึ้น บวกทั้งด้านจำนวน และรายได้ที่บวกมากกว่าจำนวน ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายมากขึ้น
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) หรือ ATTA มองว่า จีนกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Silver Economy ซึ่งจากข้อมูลโครงสร้างประชากรจีน ณ สิ้นปี 2568 ระบุว่า จีนมีประชากรรวมประมาณ 1.405 พันล้านคน โดยเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปถึง 323.38 ล้านคน คิดเป็น 23.0% และมีผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 223.65 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 15.9% ในขณะที่ประชากรวัยทำงานอายุ 16-59 ปี ลดลงเหลือ 851.36 ล้านคน คิดเป็น 60.6%
ความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างนี้ส่งผลให้จีนวางกรอบยุทธศาสตร์เปลี่ยน “ภาระทางประชากร” (Ageing Burden) ให้เป็น “ปันผลทางอายุยืน” (Longevity Dividend) โดยมองผู้สูงวัยเป็นกลุ่มผู้บริโภคใหม่ (New Consumer Class) โดยเฉพาะกลุ่ม Young-Old หรือ Active Senior ซึ่งยังมีสุขภาพแข็งแรง มีเงินออม มีเวลา และต้องการใช้ชีวิตมากกว่าการรอรับการดูแล ตลาดผู้สูงวัยของจีนจึงขยายตัวครอบคลุมหลากหลายมิติ
เช่น การท่องเที่ยว สุขภาพ วัฒนธรรม การเรียนรู้ นันทนาการ อาหารเพื่อสุขภาพ กีฬา สมาร์ทโฮม การอยู่อาศัยที่เหมาะกับวัย และประสบการณ์ทางสังคม โดยกรอบ Silver Economy ของจีนตั้งเป้าหมายขยายมูลค่าตลาดสูงถึง 30 ล้านล้านหยวนภายในปี 2035
แต่อีกด้านหนึ่ง ประเทศไทยเองกำลังเข้าสู่โครงสร้างประชากรสูงวัยอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจำเป็นต้องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ผ่านสองมิติพร้อมกัน ทั้งการรองรับตลาด Active Senior จากทั่วโลก และการบริหารจัดการโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังสูงวัยอย่างรวดเร็ว Thailand Wellness ไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ Spa, Massage หรือ Medical Tourism แต่ต้องยกระดับเป็น Longevity & Wellness Economy ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่มีมูลค่าสูง
นายมนาเทศ อันนวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) กล่าวว่า ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยปัจจุบันสมาชิกผู้ถือบัตร Thailand Privilege Card สัญชาติจีน (นับรวมจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน) ปัจจุบันประมาณ 20,000 คน ครองสัดส่วนเป็นอันดับ 1 ของฐานลูกค้าทั้งหมด จากฐานสมาชิกรวมทั่วโลกที่มีอยู่ประมาณ 40,000 คน
การทำตลาดจีน จะเน้นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างททท. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายหลัก (Top Agents) ในประเทศจีน เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่เดินทางเข้าประเทศไทยบ่อยครั้ง รวมถึงกลุ่มที่ต้องการพำนักระยะยาวและเกษียณอายุในไทย
โดยบริษัท ได้วางมาตรการคัดกรองความปลอดภัยและการเฝ้าระวังเข้มงวด ในการขายบัตรอีลิทการ์ด ซึ่งได้ยกระดับกระบวนการคัดกรองประวัติผู้สมัครผ่าน 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และองค์กรตำรวจสากล (Interpol) รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินผ่านสำนักงาน ปปง. ในบางกรณี
นอกจากนี้ ยังมีระบบติดตามและตรวจสอบสมาชิกอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่พำนักในไทย โดยสมาชิกจะได้รับการตรวจสอบประมาณ 4 ครั้งต่อปี (ผ่านการรายงานตัวทุก 90 วัน และการต่ออายุสิทธิ์พำนักประจำปี) รวมถึงการตรวจประวัติใหม่ทุกครั้งที่มีการติดสติ๊กเกอร์วีซ่ารอบ 5 ปี หากพบความผิดปกติหรือได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
บริษัทจะทำการระงับสถานะ (Pending) หรือยกเลิกการเป็นสมาชิก (Terminate) ทันที ซึ่งที่ผ่านมาพบกรณีการกระทำผิดน้อยมากไม่ถึง 0.1% ทำให้ฐานสมาชิกในปัจจุบันมีความสะอาดและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
ทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางในการส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เกิดขึ้น