KEY POINTS
วันนี้ (3 ก.ย. 69) กระทรวงพลังงาน โดยทีมกฏหมายของกรมธุรกิจพลังงานจะเข้าแจ้งความที่ สน.มักกะสัน เวลาประมาณ 10 นาฬิกา เพื่อดำเนินคดีตาม พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 มาตรา 65 จากกรณีที่นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารศูนย์ข้อมูล (Data Center) บริเวณถนนพระราม 9 ติดกับโรงพยาบาลพระราม 9 หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าโดยรอบว่า ได้รับผลกระทบจากกลิ่นคล้ายน้ำมันเชื้อเพลิงลอยออกมาเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนัก กลิ่นมีความรุนแรงจนบางรายเกิดอาการหน้ามืดและอาเจียน รวมถึงมีความกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น
ซึ่งจากการตรวจสอบของกรมธุรกิจพลังงาน พบว่าโครงการดังกล่าวมีการจัดเก็บน้ำมันดีเซลสำรองสำหรับใช้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉิน โดยมีถังเก็บน้ำมันความจุรวมกว่า 200,000 ลิตร แต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเจ้าพนักงานจึงมีคำสั่งให้ขนย้ายน้ำมันทั้งหมดออกจากพื้นที่ และจากการลงพื้นที่ติดตามผลล่าสุด พบว่าผู้ประกอบการได้สูบน้ำมันออกจากถังเก็บจนหมดแล้ว

กระทรวงพลังงานแจ้งความวันนี้ ปม Data Center พระราม 9 ซุกน้ำมันดีเซล 2 แสนลิตร
อย่างไรก็ดี หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดจริง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมีนโยบายชัดเจนร่วมกับกรุงเทพมหานครว่า จะไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งสถานที่เก็บน้ำมันเพื่อสำรองสำหรับเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินของ Data Center ในพื้นที่ชุมชนเมือง เพื่อให้ความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ
โดยในการประชุมคณะกรรมการ Data Center นัดแรก วันที่ 4 กันยายน กระทรวงพลังงานจะเสนอให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้า และการประปา เร่งจัดทำหลักเกณฑ์ด้านการจัดโซนนิ่ง รวมถึงทบทวนมาตรการควบคุมอาคาร สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย เพื่อให้การพัฒนา Data Center สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และไม่กระทบต่อประชาชน
“กระทรวงพลังงานเตรียม ปูพรมตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับร้องเรียน หรือสงสัยว่ามีการลักลอบจัดเก็บน้ำมันเพื่อใช้เดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของ Data Center ในเขตชุมชนเมือง โดยขอให้ประชาชนที่พบเบาะแสแจ้งข้อมูลต่อกรุงเทพมหานครหรือกระทรวงพลังงาน เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป”