ธันยรัศม์ สุวรรณศรี
19 Mar 2026

อย.ยกระดับคุม 'ปากกาลดน้ำหนัก' เป็น ‘ยาควบคุมพิเศษ’ แพทย์ต้องสั่งเท่านั้น

อย. ออกประกาศยกระดับยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด หรือ “ปากกาลดน้ำหนัก” ให้เป็นยาควบคุมพิเศษ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน ต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น  หลังพบการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ -ลักลอบจำหน่าย


จากที่ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาควบคุมพิเศษ ฉบับที่ 58 ลงนามโดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2569  ดำเนินการตามคำแนะนำของคณะกรรมการยา กำหนดให้ยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ โดยให้มีผลถัดจากวันประกาศในราชกิจจาฯอีก 180 วัน


ภก.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ยากลุ่ม GLP-1 receptor agonists (GLP-1 RA) เช่น Semaglutide, Liraglutide, Dulaglutide, Lixisenatide และ Tirzepatide ได้รับอนุมัติให้ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนภายใต้การวินิจฉัยและสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักเพื่อความสวยงาม การใช้ยาเองอย่างไม่ถูกต้องหรือหยุดยาเอง


แม้ยาจะช่วยลดความอยากอาหารและทำให้น้ำหนักลดลงได้ในระยะหนึ่ง แต่อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (โยโย่) และเสี่ยงอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ตับอ่อนอักเสบ ไตวาย ภาวะซึมเศร้า หรือกล้ามเนื้อฝ่อลีบ และอาจเสี่ยงอันตรายรุนแรงถึงชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว


ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้จะดำเนินคดีกับผู้โฆษณาและจำหน่ายผิดกฎหมายมาโดยตลอด แต่ยังคงพบการนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยจากการใช้ยาของผู้บริโภค กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ยกระดับการควบคุมปากกาลดน้ำหนัก


โดยออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาควบคุมพิเศษ ฉบับที่ 58 กำหนดให้ยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ โดยต้องจ่ายตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น ส่วนที่กำหนดให้มีผลในอีก 180 วัน จะเป็นระยะเวลาให้ผู้ประกอบการได้เตรียมตัว เนื่องจากจะต้องทำฉลาก ใบกำกับยาใหม่ กับการจัดการสต็อกของเดิม



“มาตรการยกระดับการควบคุมปากกาลดน้ำหนักเป็นยาควบคุมพิเศษนี้ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องการใช้ยานี้ให้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเหมาะสม และขอยืนยันว่า การยกระดับนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ที่มีภาวะอ้วนที่จำเป็นต้องใช้ยา เนื่องจากยังสามารถเข้าถึงยาได้ตามปกติ แต่จะช่วยให้การใช้ยานี้มีความเหมาะสม ปลอดภัย และเกิดประสิทธิผลสูงสุด”ภก.สุภัทรากล่าว 



ทั้งนี้ อย.ขอความร่วมมือประชาชน อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาว่า “ฉีดแล้วผอม”ไม่มีวิธีลัดในการลดน้ำหนักที่ปลอดภัยและยั่งยืน การลดน้ำหนักที่ถูกต้องควรอาศัยการกินอาหารที่เหมาะสม พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายและดูแลสุขภาพจิตอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรซื้อยาฉีดลดน้ำหนักมาใช้เอง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้ หากพบการโฆษณาหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่น่าสงสัย สามารถแจ้งสายด่วน อย. 1556, Line: @FDAThai, Facebook: FDAThai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันคุ้มครองผู้บริโภคไทยอย่างยั่งยืน

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.