MOC Library
12 Oct 2021

จ่อเยียวยากลุ่มอาชีพผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีอายุเกิน 65 ปี



นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 12 ต.ค.นี้ สศช.ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาโครงการเพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีอายุเกิน 65 ปี ที่ไม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม ทั้ง 29 จังหวัด ให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยรายละเอียด จะเปิดเผยอีกครั้งหลังจากผ่าน ครม.แล้ว






“ที่ผ่านมา ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่อายุเกิน 65 ปี ที่ไม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตน มาตรา 40 ให้ได้รับความช่วยเหลือมาเสนอ ครม.อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังเห็นชอบแล้ว จากนั้นได้ส่งมาให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯจัดทำเป็นข้อเสนอให้กับ ครม.พิจารณาตามขั้นตอน” 




ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ วันที่ 8 ต.ค.นี้ มีผู้ได้รับความช่วยเหลือภายใต้ พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 (พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู) แล้ว 35,000 ราย วงเงินสินเชื่ออนุมัติแล้ว 108,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ค. อยู่ที่ 25,000 ราย สินเชื่อ 78,000 ล้านบาท หรืออนุมัติเฉลี่ยต่อราย 3.07 ล้านบาท โดย 45% ของผู้ได้รับความช่วยเหลือเป็นเอสเอ็มอี ส่วนโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ มีมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้รับโอนแล้ว 15,000 ล้านบาท ช่วยเหลือแล้ว 112 ราย จากเดือน ก.ค.อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท รวม 16 ราย




ขณะที่การค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) คาดว่า จนถึงสิ้นปีนี้ ยอดการค้ำประกันจะเกิน 200,000 ล้านบาท โดยราว 100,000 ล้านบาทเป็นการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟูของ ธปท. และอีก 80,000-90,000 ล้านบาทเป็นการค้ำประกันของ บสย. “บสย.เพิ่งขยายกรอบวงเงินค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟูของ ธปท.อีก 100,000 ล้านบาท และปรับหลักเกณฑ์ให้เปิดกว้างมากขึ้น เพื่อช่วยผู้ประกอบการไมโครและเอสเอ็มอีเปราะบางให้ลดต้นทุนค่าธรรมเนียมและเพิ่มโอกาสได้วงเงินสินเชื่อเพิ่ม”.